
กลุ่มเอ็มบีเคโฮเต็ลฯ และยูโอบี เคย์ เฮียน ทิ้งหุ้นบิ๊กลอตดุสิตธานี ปล่อยกลุ่มเซ็นทรัลจ่ายกว่า 2 พันล้านถือหุ้น ซื้ออนาคต เตรียมรื้อโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ หลัง 5 ม.ค. 62
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการซื้อหุ้นสามัญ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) จำนวน 194,926,920 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 22.93 มูลค่ารวมประมาณ 2,141.4 ล้านบาท
วัตถุประสงค์ที่เซ็นทรัลเข้าซื้อหุ้นในดุสิตธานี เพื่อลงทุนระยะยาว และไม่มีวัตถุประสงค์ในการร่วมบริหารในดุสิตธานี ปัจจุบัน ซีพีเอ็นมีธุรกิจหลักคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และกำลังรุกธุรกิจคอนโดมิเนียม
ขณะเดียวกัน ดุสิตธานีได้แจ้งว่ามีการซื้อขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ หรือ บิ๊กลอต จำนวนดังกล่าวเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.) โดยผู้ที่ขายหุ้นคือ บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด ซึ่งถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 2 ร้อยละ 11.30 และ นายเค็นเน็ต กอศิริโสภณ ที่ถือหุ้นผ่าน ยูโอบี เคย์ เฮียน (ฮ่องกง) ที่ถือหุ้นเป็นอันดับ 3 จำนวนร้อยละ 11.23
สรุปโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ในดุสิตธานี 5 อันดับแรก คือ
1. บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ถือหุ้นเท่าเดิม ร้อยละ 49.74
2. บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 22.93 จากเดิมไม่ได้ถือหุ้น
3. นายชาตรี โสภณพนิช ถือหุ้นเท่าเดิม ร้อยละ 4.99
4. นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล ถือหุ้นเท่าเดิม ร้อยละ 3.90
5. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้นเท่าเดิมร้อยละ 3.14
สำหรับโครงสร้างธุรกิจดุสิตธานี มีธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ ทำรายได้หลักร้อยละ 82 ใน ปี 2560 ประมาณ 4,590 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจการศึกษา คือ โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม และวิทยาลัยดุสิตธานี รายได้ 442 ล้านบาท และธุรกิจอื่น คือการขายโรงแรมดุสิตธานีปริ๊นเซส โคราล และค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิการเช่า รวม 538 ล้านบาท รวมปี 2560 มีรายได้ 5,570 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 332 ล้านบาท
ในปี 2560 เริ่มปรับปรุงโรงแรมหลายแห่งในเครือดุสิตธานีที่มีอายุมานาน คือที่พัทยา ภูเก็ต และ มะนิลา ฟิลิปปินส์
ส่วนโรงแรมดุสิตธานีในกรุงเทพฯ ที่เดิมเคยมีข่าวว่าจะปิดปรับปรุงในเดือน เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา ได้เลื่อนเป็นปิดในวันที่ 5 ม.ค. 2562 โดยบริษัทลูก คือบริษัทวิมานสุริยา จำกัด ที่ร่วมทุนระหว่างดุสิตธานี กับซีพีเอ็น กำลังดำเนินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม หรือ มิกซ์ยูส และจะรื้อถอนโรงแรมหลัง 5 ม.ค. 2562
สำหรับปี 2561 มีแผนจะรับจ้างบริหารและให้แฟรนไชส์ โรงแรม 10 แห่ง ในเวียดนาม สิงคโปร์ ภูฏาน ฟิลิปปินส์ บาห์เรน และจีน จะมีการรีแบรนด์ธุรกิจการศึกษา