
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสคัดค้านและไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นของร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.... หรือร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์นั้น ขณะนี้กระทรวงดีอีกำลังดำเนินการทบทวนร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือ ภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชนมาระดมความคิดเห็นอีกครั้ง เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายแล้ว จึงจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามลำดับขั้นตอนต่อไป
สำหรับ พ.ร.บ.ไซเบอร์ ที่กระทรวงดีอีจัดทำนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ เพื่อมิให้ถูกโจมตีทางออนไลน์ จนทำให้ระบบล่มได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและร่วมมือกัน หากเกิดถูกโจมตีทางโลกออนไลน์ขึ้นซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะทำหน้าที่ปกป้องประเทศจากภัยออนไลน์ เนื่องจากไม่รู้ว่าเวลาใดจะถูกโจมตี ถูกเจาะระบบข้อมูล (แฮกเกอร์) จึงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุหลักของการถูกคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ในครั้งนี้ เนื่องจากกระทรวงดีอีไม่มีการเปิดเผยข้อมูลมาตั้งแต่เริ่มต้นให้กับประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง ทำให้ประชาชนไม่มีความเข้าใจในการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เช่นเดียวกับหน่วยงานราชการ เอกชน ก็ไม่มีความเข้าใจในร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์เช่นกัน จึงมีการถกเถียงกันในหลายประเด็นมาก และขยายผลในวงกว้าง โดยเฉพาะการตั้งสำนักงานไซเบอร์ อำนาจคณะกรรมการ และอีกหลายมาตรา ที่หลายฝ่ายยังกังขา และไม่เข้าใจในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าปัจจุบันส่วนงานราชการ เอกชน ต่างมีระบบป้องกันภัยออนไลน์เป็นของ
ตัวเองอยู่แล้วและประเทศไทย และที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาและร่วมมือกันรับมือภัยออนไลน์ได้ ขณะที่ภาครัฐยังคงอ่อนแอ เพราะมีขั้นตอนในการดำเนินการมาก และการดำเนินการในหลายๆเรื่องจะเป็นความลับ ทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจในการร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ฉบับดังกล่าว ดังนั้นเมื่อกระทรวงดีอีขอทบทวนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรเปิดเผยข้อมูลให้ทุกฝ่ายรับทราบ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกันทุกฝ่าย.