
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ได้ร่วมกับผู้บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือพีทีที โออาร์ แถลงข่าวหัวข้อ “พีทีที โออาร์ ผู้นำจำหน่ายดีเซล บี 10 แรง คุ้มค่า รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมดูแลเกษตรกรไทย” โดยนายศิริ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ประกาศให้น้ำมันดีเซลไบโอดีเซลบี 10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของประเทศเพิ่มขึ้นอีก 1 ประเภท และมีแผนให้น้ำมันบี 10 เป็นน้ำมันประเภทพื้นฐานหลักของไทยในปี 64 ทดแทนน้ำมันบี 7 ที่เตรียมยกเลิกจำหน่าย โดยกรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดให้ไบโอดีเซล บี 100 ที่ผสมเป็น บี 10 ต้องมีความบริสุทธิ์มากกว่าไบโอดีเซล บี 100 ที่ผสม บี 7 ทำให้บี 10 มีคุณภาพดีขึ้น และปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์ที่ให้การรับรองว่าใช้น้ำมัน บี 10 ได้แล้ว จำนวน 11 ยี่ห้อ รวม 930 รุ่น มาจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ
โดยประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน “จะใช้มาตรการราคา เพื่อทำให้น้ำมันบี 10 ถูกกว่าน้ำมันดีเซล บี 7 อัตรา 1 บาทต่อลิตร ซึ่งมาจากการใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนในอัตรา 65 สตางค์ต่อลิตร ภาษีสรรพสามิตลดลงอีก 19 สตางค์ต่อลิตร และลดภาษีส่วนอื่นๆให้อีก จึงมั่นใจว่ากลไกด้านราคานี้จะจูงใจให้มีจำนวนผู้ใช้บี 10 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่นำไปผลิตเป็นไบโอดีเซลเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันของประเทศ ทำให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบ 2 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 ล้านตันต่อปี”
สำหรับความคืบหน้าการปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) รวม 3 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) โดยปรับขึ้นครั้งแรก 1 บาท ตั้งแต่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาจะไม่มีผลต่ออัตราค่าโดยสาร รถสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง เพราะปลายเดือน เม.ย.รถโดยสารสาธารณะได้ปรับขึ้นค่าโดยสารที่คำนวณรวมการขึ้นเอ็นจีวีไว้แล้ว 2 บาทต่อ กก. ดังกลุ่มผู้ประกอบการจะไม่สามารถขอปรับขึ้นค่าโดยสารได้
น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่พีทีที โออาร์ กล่าวว่า ระยะแรก พีทีที โออาร์จะจำหน่ายน้ำมันบี 10 ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งในภาคใต้ ตั้งแต่ 17 พ.ค.เป็นต้นไป และขยายไปยังภาคตะวันออกและภาคกลาง โดยจะมีจำหน่ายทั่วประเทศทดแทนบี 7 ภายในปี 64.