คุมราคา “ดีเซล” บี 10 ไม่เกิน 30 บาท

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คุมราคา “ดีเซล” บี 10 ไม่เกิน 30 บาท

Date Time: 8 ม.ค. 2563 09:31 น.

Video

บริษัทชักโครกอะไร ไปอยู่ในชิป AI? | Digital Frontiers EP.73

Summary

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้ติดตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอย่างใกล้ชิด จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

Latest


นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้ติดตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอย่างใกล้ชิด จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ล่าสุดส่งผลให้น้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นถึง 6% จากเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 65.6 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ไปเป็น 69.6 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งราคาน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นทันที 5 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์นี้

“กระทรวงพลังงานพร้อมจะใช้กลไกกองทุนน้ำมัน มาดูแลโดยมีเป้าหมายไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล (บี 10) มีราคาเกินระดับ 30 บาทต่อลิตร เพื่อดูแลผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นน้ำมันที่ใช้จำนวนมากต่อวัน ถือเป็นเส้นเลือดทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในวันที่ 10 ม.ค.นี้ จะมีการหารือเรื่องดังกล่าว”

ขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการต่างๆเพื่อรองรับปัญหาราคาน้ำมันตลาดโลกดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งการดูแลไม่ให้ขาดแคลนและไม่ให้ราคาขายปลีกสูงขึ้นผิดปกติจนกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยจะต้องพิจารณามาตรการเพื่อดูแล โดยใช้กรอบราคาน้ำมันดิบดูไบว่าหากขยับไปถึงระดับ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล จะกระทบให้ราคาดีเซลบี 10 มีราคาสูงเกินระดับ 30 บาท/ลิตร หากเป็นเช่นนั้นจริง ภาครัฐก็ต้องเข้ามาดูแลผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน

สำหรับราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ขณะนี้ยอมรับว่าราคาตลาดโลกได้ปรับขึ้นสูงมากล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 530 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน โดยปรับขึ้นจากช่วงปลายปี 62 ที่ราคาอยู่ที่ 300 เหรียญฯต่อตัน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวของสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐฯที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ยังคงดูแลแอลพีจีถังขนาด 15 กิโลกรัม (กก.) ไม่เกิน 353 บาทต่อถัง โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันตามมติเดิมที่กำหนดไว้ในกรอบวงเงินดูแลไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ใช้วงเงินรวมไปแล้ว 5,200 ล้านบาท

“ปีนี้ สนพ.คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานขั้นต้นปี จะเพิ่มขึ้น 1.8% จากการเพิ่มขึ้นของน้ำมัน ถ่านหิน/ลิกไนต์ พลังงานทดแทน ไฟฟ้านำเข้า และก๊าซธรรมชาติ ขณะที่การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการภาครัฐ การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นต้น”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ