
นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของญี่ปุ่น ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ไว้ที่ A-และคงมุมมองความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับมีเสถียรภาพ แสดงถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายรัฐบาล และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวและเติบโตต่อเนื่อง
เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกทั้งมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลให้มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว และหลุดพ้นจากการ ติดกับดักรายได้ปานกลาง ขณะที่ภาคการคลังสาธารณะมีความแข็งแกร่ง จากการบริหารจัดการทางคลังอย่างรอบคอบและเป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ส่งผลให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางการคลังเพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติม แม้การระบาดของโควิด 19 จะทำให้รัฐบาลไทยต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปี 64 จะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงภาคการเงินยังมีความเข้มแข็ง มีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลและทุนสำรองระหว่างประเทศระดับสูง และประเด็นที่ R&I ให้ความสนใจและติดตามใกล้ชิดคือความไม่แน่นอนทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ที่ส่งผลต่อมาตรการเศรษฐกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ.