
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า การจัดอันดับความแข็งแกร่งของแบรนด์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี ซึ่งในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 โดยเป็นการเก็บแบบสอบถามจำนวน 24,000 ฉบับทั่วประเทศ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และแต่ละช่วงอายุ
นอกจากจะมีการประกาศรางวัลแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดใน 29 กลุ่มผลิตภัณฑ์แล้ว คณะผู้วิจัยยังได้ทำการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้แบรนด์แข็งแกร่ง เพื่อนำมาเป็นองค์ความรู้ในการกำหนดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอีกด้วย
โดยการประเมินความแข็งแกร่งของแบรนด์จะพิจารณาครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ความตระหนักในแบรนด์ (Awareness) ความชื่นชอบในแบรนด์ (Preference) การใช้ผลิตภัณฑ์ (Usage) และภาพลักษณ์ (Image) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความสำเร็จของแบรนด์ทั้งในแง่ Market Share, Mind Share และ Heart Share อย่างครบถ้วน รวมทั้งในประเด็นด้าน Sustainability ด้วยเช่นกัน จากนั้นนำผลมารวมกันเพื่อดูแบรนด์ไหนมีพลังสูงสุด โดยที่แตกต่างจาก 2 ปีก่อน คือ มีเรื่องความยั่งยืนเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงบางกลุ่ม เช่น Food Delivery อีกทั้งมีการแบ่งกลุ่มลูกค้า โดยใช้อายุอย่างมีหลักการมากขึ้น
“ปัจจุบันแบรนด์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การสร้างชื่อเสียงหรือการมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งตามจริงนั้นจะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์มากถึง 50 กลุ่ม แต่เนื่องจากมีคู่แข่งน้อยรายจึงไม่ได้มีการเก็บข้อมูล”
ผศ.ดร.เอกก์ กล่าวต่อไปว่า การส่งผลต่อภาพลักษณ์นั้นมองว่าเป็นเรื่องรอง แต่คุณค่าของงานอยู่ในกลยุทธ์ของแบรนด์มากกว่า ทั้งหมดนี้จะกระตุ้นให้เห็นว่าการทำ “แบรนด์มีความสำคัญ” ในทุกอุตสาหกรรม และเป็นประโยชน์ระยะยาวที่สามารถสร้าง
“ความยั่งยืน” ได้
นั่นจึงเป็นที่มาของการประกาศ สุดยอดแบรนด์ทรงพลัง “The Most Powerful Brands of Thailand 2024” ทั้ง 29 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney