สั่งสอบเบิกโอทีการบินไทย “บิ๊กตู่” ตั้งทีมกำกับธรรมาภิบาลรัฐวิสาหกิจ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สั่งสอบเบิกโอทีการบินไทย “บิ๊กตู่” ตั้งทีมกำกับธรรมาภิบาลรัฐวิสาหกิจ

Date Time: 20 ม.ค. 2561 05:30 น.

Video

หนี้ก้อนแรก บ้าน VS รถ อันไหนควรมาก่อนหลัง? กับ โจ้ ศักดิ์สิทธิ์ x Kim Property | Money Issue EP.73

Summary

คนร. เห็นชอบตั้งอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ “บิ๊กตู่” มอบอำนาจเพิ่มให้ล้วงลูกตรวจสอบรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา ประเดิมการบินไทยรายแรก สอบประเด็นเบิกโอทีกันเดือนละ 30 วัน วันละ 24 ชั่วโมง...

Latest


คนร. เห็นชอบตั้งอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ “บิ๊กตู่” มอบอำนาจเพิ่มให้ล้วงลูกตรวจสอบรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา ประเดิมการบินไทยรายแรก สอบประเด็นเบิกโอทีกันเดือนละ 30 วัน วันละ 24 ชั่วโมง สั่งคมนาคมประสานการบินไทย-ขสมก.-รฟท.ทำโมเดลธุรกิจแก้ขาดทุนแบบยั่งยืน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ เพื่อยกระดับให้การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจมีระบบธรรมาภิบาลที่ดีเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ยั่งยืนในระยะยาว โดยจะมีผู้แทนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีนายรพี สุจริตกุล เป็นประธาน ทำหน้าที่วิเคราะห์ระบบการกำกับดูแลและระบบธรรมาภิบาล สภาพปัญหาและอุปสรรคการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางพัฒนาระบบการกำกับดูแลและธรรมาภิบาลของรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสม เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาลที่ดี และมีประสิทธิผลสูงสุด รวมทั้งเสนอแนวทางการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

“นายกรัฐมนตรีได้มอบอำนาจเพิ่มเติมให้สามารถตรวจสอบรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาธรรมาภิบาล ซึ่งจะกำกับดูแลผ่านทางประธาน คนร.อีกชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะการเข้าไปดูปัญหาค่าใช้จ่ายของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งก็เคยเป็นข่าวกันมาแล้วว่ามีการเบิกค่าใช้จ่ายทำงานนอกเวลาหรือโอทีกันเดือนละ 30 วัน วันละ 24 ชั่วโมงซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมาก จึงเพิ่มอำนาจให้คณะอนุกรรมการ ไปรวบรวมข้อเท็จจริง และทำการตรวจสอบว่าระบบโอทีของการบินไทยที่ใช้ในปัจจุบันเอาเปรียบภาครัฐหรือไม่ แต่ถ้าหากมีความจำเป็น ก็ต้องอธิบายได้”

นอกจากนี้ ที่ประชุม คนร.ยังได้ติดตามการแก้ปัญหาของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ซึ่งในส่วนของการบินไทยพบว่า มีอัตราขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) และการใช้ประโยชน์จากเครื่องบิน (Aircraft Utilization) ดีกว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่ง แต่รายได้ยังไม่เป็นไปตามแผนเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายฝ่ายช่าง จึงให้เร่งนำระบบการบริหารจัดการรายได้ จัดระบบการบริหารจัดการพันธมิตรมาใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คนร.ยังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมประสานการบินไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดทำรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่จะทำให้ผลประกอบการไม่ขาดทุนและสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินของรัฐวิสาหกิจทั้ง 3 แห่งได้อย่างยั่งยืน ให้เสร็จภายใน ก.พ.นี้ด้วย

นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า คนร.ยังมีมติเห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ออกจากแผนการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูองค์กร เนื่องจากพบว่ามีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เห็นได้จากก่อนเข้าสู่แผนฟื้นฟูมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 32,000 ล้านบาท หรือ 40% ของสินเชื่อทั้งหมด แต่ปัจจุบันมีเอ็นพีแอลลดลงเหลือ 16,000 ล้านบาท หรือ 16.8% ขณะเดียวกันได้ปล่อยสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท โดย 94,000 ล้านบาท เป็นการปล่อยให้ผู้กู้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 3.2 ล้านบาทต่อราย สอดคล้องกับนโยบาย คนร.ที่ให้เน้นการปล่อยกู้รายย่อย โดยในส่วนของสินเชื่อใหม่ คนร.กำหนด ให้มีเอ็นพีแอลได้ไม่เกิน 0.25% โดยปัจจุบันมีเอ็นพีแอล 0.21% เมื่อเทียบกับปี 2559 มีเอ็นพีแอล 1.3%

ขณะที่มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 11.7% ส่วนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยสามารถแยกหนี้ดีหนี้เสีย และโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ของลูกค้าที่ไม่ใช่มุสลิมไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว จากนี้ไปจะประสานงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งมีเพียงหนึ่งมาตรา เพื่อให้ธนาคารอิสลามสามารถเพิ่มทุนได้ พร้อมกับหาพันธมิตรมาร่วมทุนใหม่ ส่วนการเอาผิดผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับธนาคารอิสลามก็ดำเนินการต่อไป โดยขณะนี้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 30 เรื่อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) 15 เรื่อง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 1 เรื่องดำเนินทางวินัย 48 เรื่อง และดำเนินคดีแพ่ง 26 เรื่อง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ