
รัฐบาลส่ง สนช.เคาะงบกลางปี 1.5 แสนล้านบาท ปลุกเศรษฐกิจฐานราก แก้ปัญหายากจน 7.6 หมื่นล้าน โปะเงินคลังเกือบ 5 หมื่นล้าน กองทุนหมู่บ้าน ประชารัฐ ได้รับงบมากสุด
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันพฤหัสที่ 22 มี.ค.2561 มีเรื่องด่วนอยู่ในวาระการพิจารณาคือร่างกฎหมายการจัดสรรงบกลางปีงบประมาณ หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือเสนอถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561
การเสนอ สนช.พิจารณาครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนหลังจากที่เมื่อเมื่อวันที่ 16 ม.ค.2561 ครม.มีมติอนุมัติงบกลางปี 2561 เป็นจำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ งบรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ 100,358.077 ล้านบาท และงบชดใช้เงินคงคลัง 49,641.923 ล้านบาท
ในส่วนงบรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ได้เป็นงบค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีเหตุผลที่ระบุในเอกสารเสนอ สนช.พิจารณานั้น เขียนว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินในการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน เพื่อรักษาทิศทางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน
สำหรับงบเพื่อชดใช้เงินคงคลังได้ระบุว่า เพราะได้มีการจ่ายเงินคงคลัง เพื่อเป็นเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง จึงต้องตั้งงบเพื่อชดใช้เงินคงคลังดังกล่าว
ทั้งนี้งบที่เกี่ยวกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ สรุปการจัดสรรงบตามวัตถุประสงค์เป็น 4 ข้อ คือ
1.ค่าใช้จ่ายส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และชุมชน 4,600 ล้านบาท
2.จัดสรรตามแผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรประมาณ 24,300 ล้านบาท
3.จัดสรรตามแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตประมาณ 21,078 ล้านบาท
4.จัดสรรตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพชุมชนประมาณ 50,378 ล้านบาท
ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวเป็นไปตามยุทธศาสตร์สำคัญคือ ยุทธศาสตร์สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศประมาณ 24,300 ล้านบาท และยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำประมาณ76,057 ล้านบาท
หากแบ่งเป็นการจัดสรรให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ 5 อันดับแรกที่ได้งบมากที่สุด คือ ไม่นับในส่วนรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังประมาณ 49,641 ล้านบาท อันดับแรกคือกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งมี 3 ส่วนคือ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 20,000 ล้านบาท กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากประมาณ13,872 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช 150 ล้านบาท รวมประมาณ 34,022 ล้านบาท
รองลงมาคือกระทรวงมหาดไทยประมาณ 31,875 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 22,742 ล้านบาท งบกลาง 4,600 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจประมาณ 3,988 ล้านบาท