พิษปิดห้างทำดัชนีหกคะเมน โมเดิร์นเทรดต่ำสุดรอบ 2 ปี

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

พิษปิดห้างทำดัชนีหกคะเมน โมเดิร์นเทรดต่ำสุดรอบ 2 ปี

Date Time: 29 เม.ย. 2563 08:40 น.

Summary

ดัชนีโมเดิร์นเทรดไตรมาสแรกหกคะเมนต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี จากพิษปิดห้าง-ผู้ค้าออนไลน์เถื่อนตัดราคา-สินค้าหนีภาษีทะลัก หอการค้าจี้เปิดห้างสรรพสินค้า ร้านค้าจำเป็น

Latest

เคล็ดลับซื้อบ้าน “ชาวฟรีแลนซ์” “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” แนะหลักเตรียมความพร้อม

ดัชนีโมเดิร์นเทรดไตรมาสแรกหกคะเมนต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี จากพิษปิดห้าง-ผู้ค้าออนไลน์เถื่อนตัดราคา-สินค้าหนีภาษีทะลัก หอการค้าจี้เปิดห้างสรรพสินค้า ร้านค้าจำเป็น เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เผยไตรมาสแรกโควิดทุบภาคธุรกิจเสียหาย 4 แสนล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด (ห้างค้าปลีกสมัยใหม่) ที่สำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกอบการทั่วประเทศระหว่าง 23 มี.ค.-17 เม.ย.63 ว่า ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดไตรมาสที่ 1 ปี 63 อยู่ที่ระดับ 47.2 ต่ำที่สุดใน 7 ไตรมาส หรือเกือบ 2 ปีที่เริ่มสำรวจมาตั้งแต่กลางปี 61

โดยปัจจัยลบที่สำคัญคือ การแพร่ระบาดของโควิด-19, การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และการสั่งปิดกิจการชั่วคราว, มาตรการยกเลิกวีซ่าและฟรีวีซ่า, การประกาศยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวของสายการบินในไทย, ภัยแล้ง, การส่งออกหดตัวเนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อีกทั้งปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนและอเมริกาที่ยังไม่มีข้อยุติ

ส่วนโควิด-19 ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ เพราะรัฐบาลมีคำสั่งปิดห้างสรรพสินค้า และธุรกิจบางประเภท และให้ประชาชนอยู่ในบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีคนพลุกพล่าน การบริหารจัดการธุรกิจมีข้อจำกัด เพราะการสั่งปิดกิจการกะทันหันกระทบต่อการจัดการเกี่ยวกับพนักงาน, สภาพคล่อง, ผู้ค้าออนไลน์เถื่อนจำหน่ายสินค้าตัดราคา, การลักลอบจำหน่ายสินค้าหนีภาษี และปัญหากำลังซื้อหดตัว สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่อง

โดยผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดมีข้อเสนอรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหา คือมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว, มาตรการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การกระตุ้นการบริโภค และเร่งแก้ไขปัญหาว่างงาน

“อย่างไรก็ตาม ศูนย์ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายจากโควิด-19 ของผู้ประกอบการห้าง แต่ประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจโดยรวมต้นปีอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท เป็นความเสียหายที่รวมธุรกิจค้าปลีกไว้ด้วย โดยไตรมาสแรกคาดว่า ความเสียหายของธุรกิจโดยรวมจะอยู่ที่ 300,000-400,000 ล้านบาท”

“อย่างไรก็ตาม ในส่วนห้างโมเดิร์นเทรด ไตรมาสแรกคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะในเดือน ม.ค.-ก.พ. ยังขายได้ตามปกติ ประกอบกับรัฐบาลเปิดให้จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นได้อยู่ แต่เชื่อว่าในไตรมาส 2 อาจได้รับผลกระทบเต็มๆ”

นอกจากนี้ ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบที่ชัดเจนในไตรมาส 1 คือร้านค้าในปั๊มน้ำมัน เพราะประชาชนลดการเดินทาง ประกอบกับหลายจังหวัดมีการคุมเข้มการเดินทาง ส่งผลให้คนเข้าปั๊มน้ำมันน้อยลงกระทบยอดขาย

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อถึงการขยายเวลาประกาศเคอร์ฟิวว่า การที่ไทยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว เป็นมาตรการที่ทั่วโลกยอมรับ เพราะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ในเวลาเพียง 1 เดือน โดยยอดการติดเชื้อลดลงจนต่ำกว่า 10 คน และ กทม.ไม่มีผู้ติดเชื้อรายวัน ซึ่งการขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน เป็นสิ่งที่อยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจที่ประชาชนรับทราบ หากทำให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงจนเป็นศูนย์ จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดี และถ้าทุกอย่างดีขึ้นสามารถยกเลิกเคอร์ฟิวก่อนได้

ด้านนายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ปรับกลยุทธ์ทางการค้าเพื่อรองรับวิกฤติ แต่ไม่ได้ปรับลดพนักงาน อย่างไรก็ตาม ยอดขายลดลงจากการประกาศเคอร์ฟิว และลักษณะการค้าเปลี่ยนไป เช่น ช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 35%

สิ่งที่รัฐบาลควรทำจากนี้คือ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้รวดเร็ว โดยเฉพาะการเปิดธุรกิจห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ร้านวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า การสนับสนุนเงินหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้กับผู้ค้ารายย่อยเพิ่มเติม การเร่งมาตรการจ้างแรงงานเป็นรายชั่วโมง การเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทย โดยมีมาตรการด้านสาธารณสุขควบคุมอย่างเข้มงวดและการลดภาษี เช่น ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ