
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คาดการณ์ว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะหดตัว 5.2% ต่ำสุดในรอบเกือบ 100 ปี นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ในปี 2473 ส่วนการค้าโลกจะหดตัว 13.4% เป็นการหดตัวรุนแรงครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2552
โดยเอ็กซิมแบงก์คาดว่าในปี 2563 ภาคการส่งออกของไทยจะหดตัว 5-8% ทั้งนี้จากการคาดการณ์ของ Euler Hermes บริษัทประกันสินเชื่อทางการค้าชั้นนำของโลก ระบุว่า โควิด-19 จะส่งผลกระทบให้ธุรกิจการค้าทั่วโลกขาดทุนคิดเป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งจะมีธุรกิจล้มละลายเพิ่มสูงขึ้นกว่า 20% ดังนั้นผู้ส่งออกไทยจึงต้องบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ โดยวิธีกระจายการส่งออกไปยังตลาดที่ยังเติบโตหรือมีคนรุ่นใหม่ที่ยังมีกำลังซื้ออยู่มาก เช่น ตลาด CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เอเชียใต้ และแอฟริกา เป็นต้น
“ผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีอำนาจการต่อรองต่ำและเงินทุนหมุนเวียนไม่มาก จะต้องบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า โดยเริ่มพบสัญญาณการขอขยายระยะชำระเงิน การชำระเงินล่าช้าหรือผิดนัดชำระเงิน เพิ่มมากตั้งแต่เดือน ก.พ.63 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจมีการผิดนัดชำระมากขึ้นในไตรมาสที่ 3-4” นอกจากนี้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.2563) ลูกค้าประกันการส่งออกของเอ็กซิมแบงก์ ได้ยื่นเอกสารผู้ซื้อในต่างประเทศที่ชำระเงินล่าช้า เพิ่มขึ้น 195% ยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทน เพิ่มขึ้น 226% โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า 92% รองลงมาคือ ผู้ซื้อล้มละลาย 8%.