
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เผยความคืบหน้าในแผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ฉบับปรับปรุงว่า ได้หารือร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เพื่ออธิบายถึงการปรับปรุงแผนฟื้นฟู ขสมก. ทั้งหมดที่ปรับ เปลี่ยนจากแผนเดิมไปอย่างไรบ้าง ทั้งยังได้ข้อยุติทั้ง 7 ประเด็นที่กระทรวงการคลังเคยตั้งข้อสังเกต โดยกระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุนแผนฟื้นฟู ขสมก.ฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้า ครม.ได้ในสัปดาห์หน้า
จากการหารือร่วม กระทรวงคมนาคมได้อธิบายถึงสาเหตุที่จะต้องมีการปรับปรุงแผนจากเดิมที่สมัยนายอาคมเคยดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม เสนอแผนฟื้นฟู ขสมก.ให้ ครม.อนุมัติ ไปแล้วเมื่อปี 62 ทั้งในเรื่องของภาระหนี้สิน ขสมก.ที่ขณะนี้มีกว่า 127,786 ล้านบาท ซึ่งหนี้จะมีอยู่ 2 ส่วน คือหนี้พันธบัตร 64,339 ล้านบาท, หนี้เงินกู้ 63,446 ล้านบาท ตามแผน ขสมก.การันตีว่า ระหว่างปี 63-71 จะขอรับเงินชดเชยจากรัฐอีกไม่เกิน 9,674 ล้านบาท ก่อนที่ผลประกอบการจะกลับมาเป็นบวกในปี 2572 หรือประมาณ 9 ปี
ส่วนการจัดหารถมาเป็นรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 2,511 คัน ได้ชี้แจงคลังว่าสถานการณ์พลังงานเปลี่ยนไป และการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้จะช่วยลดมลพิษ โดย ขสมก.จะจ่ายค่าเช่าตามกิโลเมตรที่ใช้งานจริง มีระยะเวลาเช่า 7 ปี และเมื่อนำมารวมกับการจัดหารถเมล์ NGV ที่เคยดำเนินการไปแล้ว 489 คัน ก็จะทำให้ ขสมก.มีรถเมล์รวม 3,000 คัน ในการให้บริการ ทั้งนี้ หากแผนผ่าน ครม. ขสมก.จะเริ่มดำเนินการจัดหารถทันที
สำหรับการสร้างรายได้ ได้ปรับเปลี่ยนการจัดเก็บค่าโดยสารใหม่จากเดิมที่มีการจัดเก็บเป็นช่วงราคาที่ 15-20-25 บาท/คน มาเป็น 30 บาท/คน/วันแทน ในส่วนนี้กระทรวงการคลังกังวลว่า หากจัดเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย/วันจะสร้างรายได้และกำไรอย่างไรให้ ขสมก. และจะทำอย่างไรให้ผู้โดยสารใช้บริการมากขึ้นจากที่เคยมีการประมาณการ ส่วนเส้นทางเดินรถจะมีการปรับเส้นทางใหม่ ในส่วนของ ขสมก.มี 108 เส้นทาง รถร่วม 54 เส้นทาง รวมเป็น 162 เส้นทาง จากเดิมที่มีกว่า 269 เส้นทาง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือเส้นทางหลัก 40 เส้นทาง ที่จะวิ่งให้บริการเหนือ-ใต้ ออก-ตก, เส้นทางฟีดเดอร์มี 15 เส้นทาง ให้บริการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า ท่าเรือ รถโดยสารที่วิ่งให้บริการในเส้นทางด่วน 24 เส้นทาง, และเส้นทางที่วิ่งเป็นวงกลม 29 เส้นทาง เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางหลัก และเส้นทางด่วน.