ปตท.ทุ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บอร์ดบีโอไออนุมัติลงทุน 2 แสนล้านบาท

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ปตท.ทุ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บอร์ดบีโอไออนุมัติลงทุน 2 แสนล้านบาท

Date Time: 14 มิ.ย. 2565 06:01 น.

Summary

บอร์ดบีโอไออนุมติโครงการลงทุน 209,478 ล้านบาท ชี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ช่วยเกิดการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หนึ่งในนั้นเป็นโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบบแบตเตอรี่ที่ร่วมทุนของ ปตท. และฟ็อกซ์คอนน์

Latest

เคล็ดลับซื้อบ้าน “ชาวฟรีแลนซ์” “ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” แนะหลักเตรียมความพร้อม

บอร์ดบีโอไออนุมติโครงการลงทุน 209,478 ล้านบาท ชี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ ช่วยเกิดการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หนึ่งในนั้นเป็นโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แบบแบตเตอรี่ที่ร่วมทุนของ ปตท. และฟ็อกซ์คอนน์ มูลค่า 36,100 ล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ว่า มีนโยบายให้มีการปรับโครงสร้างภายในของบีโอไอให้สอดรับกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน เพราะเรื่องการให้สิทธิประโยชน์เรื่องภาษีอย่างเดียว ไม่เพียงพอ หรือไม่เป็นธรรม

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า บอร์ดบีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รวมมูลค่า 209,478 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ของบริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด มูลค่า 36,100 ล้านบาท ซึ่งร่วมทุนระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 60% กับฟ็อกซ์คอนน์ เทคโนโลยี กรุ๊ป 4% โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ของบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด 162,318 ล้านบาท กิจการผลิตเส้นใยและกิจการผลิตผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษของกลุ่มบริษัท คิงบอร์ด โฮลดิ้งส์ 8,230 ล้านบาท และการขยายกิจการผลิตไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น ของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน
พาวเวอร์ จำกัด 2,830 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้ เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดการลงทุนใหม่ๆที่มีการจ้างงานเป็นจำนวนมาก และมีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป

“ในปีนี้ยังคงเป้าขอรับการส่งเสริมการลงทุน 600,000 ล้านบาท ขณะที่สงครามรัสเซียและยูเครน ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตร ไม่มีผลให้การขอรับบีโอไอให้ลดลง แต่เป็นตัวเร่งการย้ายฐานการลงทุนเข้ามาไทยมากขึ้นด้วย”

นอกจากนี้ ได้เห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ยานพาหนะไฟฟ้า (อีวี) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต โดยเพิ่มเวลาการให้สิทธิและประโยชน์ลดหย่อน อากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็น ในกรณีที่ผลิตจำหน่ายในประเทศ จาก 2 ปี เป็น 5 ปี กรณีโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริม และได้รับอนุมัติไปแล้ว สามารถแก้ไขโครงการ เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ใหม่นี้ได้ โดยปัจจุบันมีโครงการได้รับส่งเสริมการลงทุน ในกิจการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า 16 โครงการ จาก 10 บริษัท รวม 4,820 ล้านบาท และมีโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ในกิจการผลิตแบตเตอรี่ที่มีความจุสูง รวม 3 โครงการ มูลค่า 6,746 ล้านบาท

“บอร์ดบีโอไอได้เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน กิจการนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยต้องจัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะ 5 ด้าน ได้แก่ Smart Facilities, Smart IT, Smart Energy, Smart Economy และบริการระบบอัจฉริยะด้านอื่นๆอย่างน้อยอีก 1 ใน 3 ด้าน ดังนี้ Smart Good Corporate Governance, Smart Living และ Smart Workforce พร้อมยกเลิกเงื่อนไข ห้ามตั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ โดยให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมอยู่เดิม ขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม และเปิดให้บีโอไอในกิจการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับนิคม หรือเขตอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อยกระดับไปสู่การเป็นนิคมหรือเขตอัจฉริยะ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี หากตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติม”

นอกจากนี้ กำหนดให้นิติบุคคลต่างด้าว ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ที่มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท โดยถือครองที่ดินเป็นที่ตั้งสำนักงานของกิจการได้ไม่เกิน 5 ไร่ ที่ดินเป็นที่พักอาศัยสำหรับผู้บริหารผู้ชำนาญการต่างชาติ ได้ไม่เกิน 10 ไร่ และที่ดินเป็นที่พักอาศัยของคนงาน ได้ไม่เกิน 20 ไร่ หากหมดสภาพการเป็นผู้ได้รับการส่งเสริม ต้องจำหน่ายหรือโอนที่ดินภายใน 1 ปี.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ