
วายแอลจี เผยแนวโน้มราคาทองเดือน พ.ค. 64 ให้กรอบแนวรับ 25,600 บาท และแนวต้านที่ 27,500 บาท ประเมินระยะสั้นยังผันผวน แนะหาจังหวะซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 64 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ YLG กล่าวว่า เดือน เม.ย. 64 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นเดือนแรกนับจากต้นปีที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ก่อนที่เดือน พ.ค.ราคาทองคำจะพยายามทดสอบ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หลายรอบก่อนมีแรงเทขายทำกำไรออกมา
โดยการโดนเทขายในช่วงก่อนหน้ามาจากทั้งปัจจัยทางเทคนิค และการส่งสัญญาณของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ออกมาส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำเกิดการปรับฐาน อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าแรงขายที่ผ่านไม่ถือว่าเป็นการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมยังทรงตัวได้ดี จนกระทั้งล่าสุดราคาทะลุผ่าน 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทำให้วายแอลจีมองกรอบการเคลื่อนไหวของทองคำในเดือน พ.ค. โดยมีแนวรับบริเวณ 1,782-1,739 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 1,854-1,880 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทที่กรอบแนวรับล่างสุด 25,600 บาทต่อบาททองคำ และแนวต้านที่ 27,500 บาทต่อบาททองคำ
ทั้งนี้ เราประเมินว่า แม้ในระยะสั้นทองคำอาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง แต่มองว่าการปรับตัวลงจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ เพราะยังมีจังหวะดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านได้อีก อย่างไรก็ดี ไม่แนะนำให้นักลงทุนซื้อไล่ราคา และเน้นลงทุนระยะสั้นในกรอบ พร้อมตั้งตัดขาดทุนทุกครั้ง เหตุเพราะภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคายังคงมีความผันผวน
สำหรับการลงทุนในระยะยาว วายแอลจียังมองว่าราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น เพราะแม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ยังคงมีมุมมองว่าอัตราเงินเฟ้อยังไม่ได้ปรับขึ้นไปในระดับสูงและจะยังคงอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผน ปัจจัยเหล่านี้จึงยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนทองคำในระยะยาว โดยวายแอลจีให้กรอบทั้งปีไว้ที่ 1,960-1,676 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือประมาณ 29,000-24,800 บาทต่อบาททองคำ