
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 31 มี.ค.66 ปิดที่ 1,609.17 จุด บวก 3.75 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 43,181.51 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,437.60 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด DELTA ปิด 1,142 บาท บวก 42 บาท, BBL ปิด 151.50 บาท ลบ 3.50 บาท, KBANK ปิด 132.50 บาท ลบ 1 บาท, PTTEP ปิด 150.50 บาท ลบ 1 บาท, CPALL ปิด 62 บาท ลบ 0.25 บาท
หุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์อิงทางบวกตามทิศทางหุ้นต่างประเทศ ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ขณะที่แรงซื้อหุ้น DELTA หนุนดัชนี นอกจากนี้ นักลงทุนรอติดตามตัวเลข PCE สหรัฐฯ โดยตลาดคาด +5.1% YoY และ +0.3% MoM
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ตลาดหุ้นหลายแห่งฟื้นตัวเร็วและแรง จนทำให้ Ytd พลิกกลับมาเป็นบวก เช่น Nasdaq +14.8%, Germany +11.5%, S.Korea +10.6%, Europe +7.0%, Japan +6.5%, MSCI World +6.0% เป็นต้น เนื่องจากปัญหาสถาบันการเงินผ่อนคลายมากขึ้น หลังภาคเอกชนยังเข้ามาปิดดีลซื้อกิจการ เช่น UBS ควบรวม Credit Suisse, First Citizens ควบรวม SVB
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะกลยุทธ์ลงทุน สัปดาห์หน้า เข้าสู่ช่วงคาบเกี่ยววันหยุดหลายตลาดหุ้นทั่วโลก จึงคาดว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีโอกาส Outperform ตลาดได้ ได้แก่ GUNKUL, SSP, SJWD, DPAINT, SCAP, NCAP
ขณะที่ บล.ทิสโก้ แนะซื้อหุ้น CENTEL ชี้เป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และแนวโน้ม RevPar ใน Q1 คาดจะดีขึ้นมากทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคาดฟื้นตัวจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลงให้ราคาเป้าหมายตามปัจจัยพื้นฐาน 59 บาท
อีกตัวหุ้น MAJOR คาดแนวโน้มรายได้ตั๋วหนัง 1Q23F ใกล้เคียงกับ YoY จากหนังดังหลายเรื่องเข้าฉาย และคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะมากกว่าปีที่ผ่านมาจากจำนวนหนังพร้อมเข้าฉายหลายเรื่อง รวมทั้งหนังใหม่คาดว่าจะทำเงินได้ดีในช่วงปิดเทอม และการขายหุ้น MPIC ที่จะจบดีลในช่วงเดือน พ.ค.66 จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้กับบริษัทและช่วยลดต้นทุนที่ซ้ำซ้อน
โดยหุ้นจะขึ้น XD วันที่ 20 เม.ย. ปันผลหุ้นละ 0.25 บาท ให้ราคาเป้าหมายตามพื้นฐาน 23.20 บาท!!
อินเด็กซ์ 51