จับตาหนี้ครัวเรือนเพิ่มต่อเนื่อง "กนง." ส่งสัญญาณใกล้ถึงเวลาขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Personal Finance

Finance and Banking

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จับตาหนี้ครัวเรือนเพิ่มต่อเนื่อง "กนง." ส่งสัญญาณใกล้ถึงเวลาขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Date Time: 9 ส.ค. 2561 08:45 น.

Video

หนี้ก้อนแรก บ้าน VS รถ อันไหนควรมาก่อนหลัง? กับ โจ้ ศักดิ์สิทธิ์ x Kim Property | Money Issue EP.73

Summary

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5%

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปีเช่นเดิม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและดอกเบี้ยนโยบายเริ่มสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กนง.มีความเห็นร่วมกันว่าการใช้นโยบายการเงินในลักษณะผ่อนคลายเช่นในปัจจุบันนั้นเริ่มมีความจำเป็นน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณในเรื่องนี้ของ กนง.เป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา

โดยด้านในประเทศ กนง.ให้ ธปท.ติดตามตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างของอาคารชุดในบางพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งพฤติกรรมการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน เนื่องจากสถานะหนี้ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ที่ผ่านมายอดหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ที่น่าสังเกต คือการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา เห็นการคิดสัดส่วนจำนวนสินเชื่อต่อราคาที่อยู่อาศัย และสินเชื่อต่อรายได้ของผู้กู้ที่เพิ่มขึ้น

“กรณีนี้ แม้ ธปท.จะสนับสนุนให้คนมีที่อยู่อาศัย แต่ควรจะเป็นคนที่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้จริง ไม่ใช่ได้เพราะผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อ เพราะหากในอนาคต ซึ่งไม่แน่ใจว่าใกล้หรือไกลแค่ไหน อัตราดอกเบี้ยในระดับผ่อนปรนเช่นนี้จะต้องปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ของผู้กู้ในบางระดับได้ นอกจากนี้ กนง.ยังให้ติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของเอสเอ็มอี โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้างและรูปแบบการทำธุรกิจด้วย”

ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศ นายจาตุรงค์ กล่าวว่า ผลกระทบของการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า ซึ่งในระยะสั้นเท่าที่สอบถามผู้ประกอบการยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทยมากนัก แต่หากการกีดกันทางการค้ามีมูลค่าที่สูงขึ้น ก็อาจจะกระทบกับจีน และไทย ซึ่งเป็นห่วงโซ่การผลิตของจีนได้ นอกจากนั้น ต้องติดตามภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้หลังเกิดเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ