
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ากรุงไทยได้รับหนังสือ จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบข้อหารือเกี่ยวกับสถานภาพของกองทุนและ กรุงไทยโดยได้แจ้งว่ากรุงไทยไม่มีลักษณะเป็นบริษัท หรือบริษัทมหาชนที่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม (2) และ (3) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณปี 2561
“การเปลี่ยนสถานภาพอาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของกรุงไทย และต่อการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจหลายฉบับ ซึ่งกรุงไทยกำลังพิจารณาผลกระทบด้านต่างๆ อาทิ ประเด็นคุณสมบัติของกรรมการ และผู้บริหารสูงสุดจนได้ข้อยุติว่า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบกับการมีผลบังคับใช้ของ พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและการบริหารรัฐวิสาหกิจปี 2562 ส่งผลให้กรรมการ, ผู้บริหาร, พนักงาน ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานของกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจปี 2518”
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังกล่าวว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรี เห็นชอบบทบาทของกรุงไทย ว่ายังเป็นหน่วยงานของรัฐตามเดิมตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจากตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ถือว่าไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ และแม้ว่าไม่ใช่รัฐวิสาหกิจภายใต้ พ.ร.บ.งบประมาณ แต่คำว่ารัฐวิสาหกิจอยู่ในหลายกฎหมาย ซึ่งกฎหมาย ธปท.ยังถือว่ากรุงไทยเป็นหน่วยงานรัฐ เนื่องจาก ธปท.ถือหุ้นใหญ่ในกรุงไทย คือ หุ้นกองทุนฟื้นฟูฯ ส่วนการฝากเงินของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สามารถทำได้เหมือนเดิม เนื่องจากกรุงไทยเป็นกลไกดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล อาทิ การจ่ายเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.