
ธ.ก.ส.มีเงินฝาก 1.2 แสนล้านบาท เพราะคนกู้ไม่ถอนเงินออก ขณะที่สลากที่ครบกำหนดก็ไม่ถอนออกไป แต่หันไป ฝากประจำแทน เตรียมลดปริมาณการออกสลากลง 50% ประกาศดูแลเกษตรกรที่ระทมพิษโควิด-19 รวม 2 ล้านราย มูลหนี้ 9 แสนล้านบาท พร้อมปล่อยสินเชื่อปลูกกัญชา
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในปีบัญชี 2564 (วันที่ 1 เม.ย.2564-31 มี.ค.2565) ธ.ก.ส.ตั้งเป้าหมายลดการออกสลากออมทรัพย์ลง 50% เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกินของ ธ.ก.ส.สูงมาก ซึ่งมีเงินฝากในรูปสลากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น รวมลูกค้าที่ยังไม่เบิกเงินสินเชื่อออกใช้ ทำให้ เงิน ธ.ก.ส.มีสภาพคล่อง 120,000 ล้านบาท ขณะที่การปล่อยสินเชื่อในรอบบัญชีปี 2563 ต่ำกว่าเป้าหมาย จ่ายสินเชื่อได้เพียง 62,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 73,000 ล้านบาท
“ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องสูงมาก จึงต้องลดการฝากผ่านสลากออมทรัพย์ลง ปีนี้ ธ.ก.ส.มีแผนออกสลากใหม่มารองรับเพียง 60,000-80,000 ล้านบาท และลดเวลาการรับฝากสลากให้สั้นลง เหลือเพียง 1-2 ปี จากเดิม 3 ปี และ 5 ปี ให้สอดคล้องกับสภาพคล่องในระบบ และความผันผวนดอกเบี้ย”
ทั้งนี้ แม้การออกสลากออมทรัพย์จะลดลง แต่ประชาชนสามารถไปฝากเงินประเภทอื่น เช่น ออมทรัพย์ทวีโชติ โดยที่ผ่านมามีสลาก ธ.ก.ส.ครบกำหนด 30,000 ล้านบาท และไม่ได้ออกสลากใหม่มาทดแทน เนื่องจากต้นทุนการออกสลากจะสูงกว่าเงินฝาก แต่ลูกค้าก็ไม่ถอนเงินออกไป แต่นำเงินย้ายไปฝากเงินแบบประจำแทน และแม้ลดเป้าหมายรับฝากเงิน ก็ไม่กระทบต่อการปล่อยสินเชื่อ เพราะปีนี้ได้ประเมินการปล่อยสินเชื่อไว้ไม่สูงมากนัก เนื่องจากการพักชำระหนี้เกษตรกร ทำให้เกษตรกรยื่นขอสินเชื่อใหม่น้อยราย และการลดการออกสลาก และยอดสินเชื่อลง ไม่กระทบต่อกำไรที่ปีนี้ คาดว่า มีกำไร 7,200-7,400 ล้านบาท
“ธ.ก.ส.ได้กำหนดแนวทางดูแลเกษตรกรที่จะครบกำหนดมาตรการพักชำระหนี้จากโควิด-19 รวม 2 ล้านราย มูลหนี้ 900,000 ล้านบาท โดยให้พนักงานสาขาไปพบปะลูกค้า เพื่อประเมินศักยภาพการชำระหนี้ของเกษตรกร หากไม่มีศักย– ภาพก็จะปรับโครงสร้างหนี้ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอาชีพ ให้ลูกค้ามีรายได้หรือเพิ่มเติมทุนให้ เพื่อชำระหนี้ให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้ มั่นใจว่าจะ ดูแลลูกค้าได้และไม่ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงเกินไป โดยปีงบประมาณที่ผ่านมาเอ็นพีแอลอยู่ที่ 4% และปีงบประมาณ 2564 จะอยู่ที่ 4.23%”
สำหรับผลการดำเนินงานในปีบัญชี 2563 ที่จะครบปีบัญชีวันที่ 31 มี.ค.นี้ จะมีสินทรัพย์ 2.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.10% เงินให้สินเชื่อ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.90% เงินรับฝาก 1.73 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.41% โดยมีรายได้ 103,171 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 95,987 ล้านบาท กำไร 7,184 ล้านบาท
“สาเหตุที่ผลดำเนินการลดลงเนื่องจาก ธ.ก.ส.ได้ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น การพักหนี้ทั้งระบบ 3.25 ล้านราย วงเงิน 1.07 ล้านล้านบาท, การเติมวงเงินสินเชื่อฉุกเฉิน 20,000 ล้านบาท”
นอกจากนี้ ยังมีโครงการชำระดีมีคืน, โครงการลดภาระเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องดอกเบี้ย โดยสามารถคืนเงินเข้าสู่กระเป๋าเกษตรกร 1.6 ล้านราย วงเงิน 3,000 ล้านบาท ส่วนยอดเงินฝากที่เพิ่มขึ้นมามาก เนื่องจากลูกค้าบางส่วนที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐไปแล้วไม่ได้ถอนเงินออกไปใช้ แต่เก็บออมผ่านการฝากเงิน หรือฝากไว้ในสลาก ธ.ก.ส.
ทั้งนี้ ในปีบัญชี 2564 (วันที่ 1 เม.ย.นี้ -31 มี.ค.2565) ได้ตั้งเป้าหมาย สินเชื่อเติบโต 69,000 ล้านบาท เงินฝากเติบโต 25,000 ล้านบาท และมีกำไร 7,000 ล้านบาท ที่จะปล่อยกู้ให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงการปลูกกัญชา หากได้รับอนุญาตและมีหลักเกณฑ์การปลูกในเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจน.