ว่ากันด้วยเรื่องค้าๆขายๆ ความเชื่อมั่น ร้านรวง ดารา เซเลบ คนดัง...ในโลกออนไลน์ ที่มีแอ็กเคานต์ IG เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารไปถึงลูกค้า ผู้บริโภค ผู้ที่ติดตาม แน่นอนว่าการตัดสินใจว่าสินค้านั้นดี...ไม่ดี ดีมาก...ดีน้อยอย่างไรนั้น ย่อมต้องมองไปที่ยอดฟอลโล ยอดไลค์ นับรวมถึงคอมเมนต์

ตัวแปรเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับสาร ว่าร้านนี้...บุคคลคนนี้ นำเสนอข้อมูลน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะถ้าหากเป็นร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะไม่มีหน้าร้าน

ยอดฟอลโล”...“ยอดไลค์” จึงเป็นข้อมูลเดียวที่สะท้อนการตัดสินใจได้ ให้ได้รับความเชื่อถือ

“ร้าน”...“บุคคลสาธารณะ” จำเป็นยิ่งที่จะต้องให้ยอดตัวเลขเหล่านี้มีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่า ร้านใหม่ บุคคลเก่า บุคคลใหม่ที่เพิ่งเปิดแอ็กเคานต์เพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่ว

อย่างที่พอรู้กันไปแล้วบ้างว่า ปัจจุบันนี้เริ่มมีเครื่องมือเข้ามาช่วยกลุ่มที่ทำธุรกิจ “ปั่น” ยอดตัวเลขไลค์ ฟอลโลมากขึ้น เป็นความจริงแรกที่ต้องยอมรับ...และก็จะไม่เห็นภาพเจ้าหน้าที่จับยึดมือถือได้เป็นหลายๆ ร้อยเครื่องในกิจการธุรกิจปั่นไลค์ ปั่นวิว เพราะมือถือแต่ละเครื่องเน้นเบอร์ ดูแลจัดการแอ็กเคานต์ได้มากมาย

ทุกวันนี้...อาจจะใช้เครื่องมือที่สร้างแอ็กเคานต์ด้วยอีเมลก็ทำได้ สุดท้ายแล้วก็เอาสารพัดแอ็กเคานต์ เป็นร้อยเป็นพันมาอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว แล้วก็มีอุปกรณ์ในการช่วยบริหารเฟซบุ๊กเยอะๆ

ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้แค่กดไลค์ ปั๊มแอด แต่มีการยิงแอด...โฆษณาด้วย ซึ่งมีผลอย่างมาก

สมมติว่าเราสร้างแอ็กเคานต์เฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ แล้วยิงแอด เราจะใช้ค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง ใช้เงินไม่เยอะ วันละ 50 บาท วันละ 100 บาท พอ ถ้าเกิดมีแอ็กเคานต์เยอะๆ เปิดมานานๆแล้ว โอกาสที่จะยิง ได้เยอะมากขึ้นน่าเชื่อถือมากขึ้นก็มีเข้ามา

ในอีกทางหนึ่ง ก็เริ่มมีการแฮ็กเฟซบุ๊ก ถามว่า...“แฮ็ก” เพื่ออะไร? ก็เพื่อแฮ็กแอ็กเคานต์เก่าๆมายิงโฆษณา วิธีการง่ายๆก็คืออาจจะมีเด็กมาคอยนั่งยิงแอด ทำงานลักษณะนี้

“คนหลายคนก็ไม่รู้ ชอบเอาพาสเวิร์ดตัวเองเป็นเบอร์โทรศัพท์ เขาจะใช้วิธีการลองสุ่มรันเบอร์โทร. ขึ้นมาเป็นยูสเซอร์เนม แล้วก็แรนดอมเบอร์โทร.ยิงเข้าไปเป็นพาสเวิร์ด ฉะนั้นคนหลายๆคนที่ขี้เกียจจำพาสเวิร์ดก็โดนแฮ็กแอ็กเคานต์ได้ง่ายๆปัญหาที่โดนแฮ็กกันมากๆก็คือใช้เบอร์โทรศัพท์ล็อกอินแล้วก็ใช้เบอร์เป็นพาสเวิร์ดนั่นเอง”

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ( www.TARAD.com ) ย้ำอีกว่า พอโดนขโมยแล้วก็จะนำแอ็กเคานต์ไปยิงโฆษณา เพราะบางตัวอยู่นานมากแล้ว ยิ่งมีความน่าเชื่อถือ

“ผมว่าการปั่นมันไม่ดีอยู่แล้ว หนึ่ง...ตัวเลขทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความรู้สึกจริงๆของคนแต่ละคนตามจำนวนตัวเลขที่เห็น ทำให้กลายเป็นว่าคนต่างๆทั่วไปที่เห็นก็พลอยหลงเชื่อไปด้วย พอตัดสินใจซื้อสินค้า ซื้อบริการไปก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้นจริงๆ กลายเป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้นจนจบเลย”

น่ากลัวมาก ในเชิงผู้บริโภค

ระบบการทำธุรกิจออนไลน์ มุมมองซีอีโอ tarad.com ทุกวันนี้...มีเครื่องมือ กลยุทธ์ที่หลากหลาย อาจจะไม่มีคนตาม คนกดไลค์เยอะ แต่ก็มีเครื่องมือแพลตฟอร์มที่อาศัยอินฟลูเอนเซอร์ จ่ายเงินไปผมมีสินค้าเหล่านี้ ก็ยิงไปที่กลุ่มร้านอาหาร คนที่ชอบกินอาหารมาพูดถึงร้านอาหารผม

ก็บอกเลยว่าถ้าใครพูดถึงให้เลยแล้วแต่ คนละ 500 บาท 1,000 บาท กรณีนี้เราจะจ่ายเมื่อเขามาพูดถึงเรา แบบนี้มีเยอะนะเรียกว่า “อินฟลูเอนเซอร์มาร์เกตติ้งแพลตฟอร์ม”

หรือ...บางทีผมอาจจะบอกว่าอยากได้ลูกค้าเยอะก็ใช้วิธีโฆษณา ยิงแอดเอาก็ได้ แล้วก็เบสออนตามทาร์เก็ตมาร์เกตพฤติกรรมคน

หรืออาจจะไม่ต้องมาปั่น หากมีเบอร์โทร.อีเมลลูกค้า ที่เคยมาซื้อสินค้าตลอดช่วงสามปีที่ผ่านมา ก็ใส่เข้าไปในเฟซบุ๊กเพื่อหาลุคอะไลค์...ความคล้ายๆกันกับทาร์เก็ตกลุ่มนั้น มีอยู่ 100 รายชื่ออาจจะมีกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกันอีก 2,000 คน นับว่าเป็นอีกเครื่องมือในปัจจุบันที่มีความฉลาดมากขึ้น

นับรวมไปถึง “เอไอ” ปัญญาประดิษฐ์ ไม่จำเป็นต้องไปนั่งปั๊มไลค์ ปั๊มวิว...ในเชิงธุรกิจก็กลับมาทำคอนเทนต์มาร์เกตติ้งให้ดี ถามว่า...คอนเทนต์ดี วิธีการเล่าเรื่องดี มีครีเอทีฟวิตี้ที่ดี ต่อให้เราเป็นมือใหม่เข้ามาในตลาดใหม่ๆก็เข้าสู่ตลาดได้ไม่ยากเท่าไหร่

ย้ำว่า...ทำธุรกิจจริงๆ แม้ในโลกความจริง ในโลกออนไลน์ไม่ต่างกัน ค่อยๆทำดีกว่า ตามเครื่องมือ กลยุทธ์ที่จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่หลอกลวง ไม่มีดราม่า การปั่นเฟซบุ๊ก ถ้าจับได้แอ็กเคานต์อาจจะโดนเข้าข่ายถูกแบนไปด้วย

“การตลาดลวงโลก”...ปั่นกระแสลวงหลอก จะว่าไปแล้วก็มีวิธีจับพิรุธ สังเกตได้เหมือนกัน ไม่ยากนัก เอาง่ายๆเลย...ตัวเลขไลค์เยอะๆ แบบว่าเยอะเป็นพิเศษ แต่คนเข้าไปตอบคอมเมนต์น้อย อันนี้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า...ปั่น

หรือบางทีเข้าไปดูที่คอมเมนต์ ถ้าปลอม ลักษณะการตอบก็จะคล้ายๆกัน หรือไปดูแรนดอมแอ็กเคานต์ สุ่มดูว่า...คนคนนั้นไปไลค์คนอื่น ชาวบ้านทั่วไปบ้างไหม กี่คน ถ้าเป็นแอ็กเคานต์หลุม...ไม่มีรายละเอียดข้อมูลตัวตนก็จะไลค์กันเองบ้าง สามสี่คน เท่านั้น...

ภาวุธ บอกอีกว่า ดูแพตเทิร์นไม่ยากเท่าไหร่ แต่คนทั่วๆไปก็อาจจะไม่ได้ลงลึกเข้ามาดูจับสังเกตอย่างนี้ แล้วในที่สุดก็หลงตกอยู่ในกระแส วังวน...ถ้าตั้งใจดู วิเคราะห์กันจริงๆ ก็จะพบข้อพิรุธได้ไม่ยากนัก บางทีคนคนนั้น...คนตามไปกดไลค์เป็นร้อยๆพันๆ แต่ไปดูแอ็กเคานต์นี้ก็เพิ่งจะ สร้างมาไม่นาน ก็จับไต๋ได้

“ข่าวดังวงการบันเทิง ดารา...คนดังซื้อฟอลโลไอจี อันนี้ยิ่งธรรมดามาก สังเกตว่าดารารุ่นเก่าก็ไม่ค่อยเห็น แต่บางคนไม่เฉพาะดาราหรอกนะที่ซื้อ เด็กวัยรุ่นก็ซื้อ เหตุผลสนับสนุนโดยเฉพาะดารา ยิ่งฟอลโลเขาเยอะ ก็สามารถเอาไปขายโฆษณาต่อได้ 1 โพสต์ 3 หมื่นบาท... 1 โพสต์ 5 หมื่นบาท ยิ่งคนตามเยอะก็ขายต่อได้เยอะ”

วัยรุ่น...ก็ซื้อ ขนาดคนใกล้ตัวผมเองก็ยังซื้อ โพสต์ปุ๊บมีคนกดไลค์ไม่ถึงพันก็จะลบแล้วลง โพสต์ใหม่ หรือบางทีน้อยมากก็จ้างคนมากดไลค์เลย นั่นเป็นเพราะว่า...มันคือหน้าตาของเขา

“อารมณ์เหมือนกับสมัยก่อน ฉันขับรถสปอร์ตมา ดูเท่ ดูคูล มีซัมบอดี้ในกลุ่มเพื่อนฝูงคนรู้จัก พฤติกรรมคนเหล่านี้ ถ้าเป็นคนปกติก็คือทำเพื่อต้องการดูดี ต้องการสถานะทางสังคม ฉันเด่น ฉันดังเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อวัยรุ่นในยุคนี้ ต้องเข้าใจว่าตัวเลขที่ชิงกันอยู่ไม่กี่ตัว จะสร้างสถานะทางสังคมของเขาให้โดดเด่นขึ้นมาทันที”

จะเห็นว่า ไม่ว่าเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม แอ็กเคานต์คนธรรมดาบางคนเริ่มมีการพยายามไม่โชว์ตัวเลขแล้ว บางแอ็กเคานต์เริ่มทำ เพราะรู้สึกว่าทำให้คนไปยึดติดกับพวกนี้มากเกินไป

ในส่วนแอ็กเคานต์ธุรกิจ บุคคลก็มีความเชื่อคล้ายๆกันกับการที่มีคนเข้าไปกดไลค์กันเยอะๆสินค้าก็น่าจะดีน่าสนใจ นำพามาเพื่อคนกดเข้ามาซื้อสินค้า ติดต่อสอบถาม อยากจะใช้ แต่ความเข้าใจที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จ สร้างยอดขายปังๆ

ปั่นไลค์...ปั่นแชร์...ปั่นฟอลโล “ธุรกิจสีเทา” ไม่ขาวไม่ดำ แม้ว่า ไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากแต่วิธีการไม่ถูกต้อง อย่างไรเสียก็ถือได้ว่าเป็นการตลาดลวงหลอก ไม่ได้ดำเนินเป็นไปตามธรรมชาติ.