นับวันองค์กรต่างๆในประเทศ ไทยทั้งที่เป็นภาครัฐและเอกชน ได้มีแม่ทัพหญิงที่มากความสามารถเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในการนำทัพพาองค์กรรุดทะยานไปข้างหน้า
ไม่มีคำว่า “ช้างเท้าหน้า” หรือ “ช้างเท้าหลัง” อีกต่อไปที่สำคัญ ก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ทำให้องค์กรยิ่งเติบใหญ่ขยายตัวมากขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติ “โควิด-19” ตลอดช่วง 2 ปีนี้ จะเห็นได้ว่าหลายบริษัทที่มีแม่ทัพหญิงเป็นผู้นำทัพกลับทำได้ดีทีเดียว
“ทีมเศรษฐกิจไทยรัฐ” จึงขอนำเสนอ 7 สุดยอดผู้บริหารหญิงแห่งปี พร้อมเคล็ดลับในการนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติตลอดช่วง 2 ปีนี้!!
ซีอีโอหญิงคนแรก “กสิกรไทย”
“คุณเปิ้ล-ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย นอกจากจะเป็นซีอีโอหญิงคนแรกของธนาคารกสิกรไทยแล้ว ยังเป็นซีอีโอคนแรกของธนาคารที่ไม่ใช่คนจากตระกูล “ล่ำซำ”
...
เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทย มีคนในตระกูลล่ำซำเป็นหัวเรือใหญ่ขึ้นมาบริหารธนาคารแห่งนี้มาโดยตลอด เรื่อยมาจนถึงยุค “เสี่ยปั้น บัณฑูร ล่ำซำ” ซึ่งได้กุมบังเหียนยาวนาน จนคนในแวดวงการเงินธนาคาร ต่างพากันจับตาหลังจากนี้จะมีคนไหนในตระกูลล่ำซำที่ขึ้นมาสืบทอดอำนาจแทน
แต่แล้วก็เรียกเสียงฮือฮาเมื่อ “เสี่ยปั้น” ประกาศลาออกทุกตำแหน่งบริหารในธนาคารกสิกรไทย บอร์ดธนาคารได้แต่งตั้งคนนอก ตระกูลล่ำซำ แถมยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ได้ขึ้น มาเป็นซีอีโอธนาคาร นั่นก็คือ “คุณเปิ้ล ขัตติยา” นักเรียนทุนของธนาคารกสิกรไทยและยังเป็นลูกหม้อที่ทำงานมายาวนานตั้งแต่ปี 2530
คุณเปิ้ลได้มองถึงบทบาทการเป็นซีอีโอหญิงคนแรกของธนาคารกสิกรไทยว่าธนาคารกสิกรไทยเป็นองค์กรที่ยอมรับความหลากหลาย ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมองความสามารถเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นถึงจะเป็นซีอีโอผู้หญิงคนแรกของธนาคารกสิกรไทยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการบริหารงาน
“เราเป็นคนธรรมดาที่มีโอกาสได้มาถึงจุดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับโอกาสดีๆ ในการทำงานตลอดมา และมีโอกาสได้ทำงานหลากหลาย จึงทำให้ได้เรียนรู้เกือบทุกฝ่ายงานของธนาคาร และมักจะได้รับมอบหมายงานใหม่ๆ ที่ท้าทายอยู่เสมอ ในทุกครั้งที่ได้รับโอกาสใหม่ๆ เราจะทุ่มเทกับเนื้องาน มากกว่าการหวังผลในตำแหน่ง มันทำให้เราเห็นภาพส่วนรวมขององค์กร มากกว่าเป้าหมายของตัวเอง ทุกการตัดสินใจจะเป็นไปเพื่อองค์กร”
คุณเปิ้ลยังได้กล่าวถึงการบริหารองค์กรให้อยู่รอดช่วง 2 ปีนี้ว่าในฐานะซีอีโอ หน้าที่สำคัญคือ ต้องสร้างเป้าหมายและมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน สร้างแรงบันดาลใจเพื่อดึงศักยภาพพนักงานออกมา และต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้พนักงานเห็นเป็นตัวอย่างว่า เมื่อ CEO ทำได้ พนักงานก็ทำได้
ปลาไม่อยากรวยคนเดียว
เพราะหลงใหลในอาหารล้วนๆ วันนี้ “คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์” ผู้ก่อตั้งและ Creative Director ของบริษัทไอเบอร์รี่ โฮมเมด จำกัด วัย 45 ปี จึงโลดแล่นอยู่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมายาวนานกว่า 22 ปี นับจากการเปิดกิจการไอศกรีมโฮมเมดในนาม “ไอเบอร์รี่” สาขาแรกซอยสุขุมวิท 24 ขณะมีอายุเพียง 23 ปี และขยับขยายสู่ธุรกิจร้านอาหารหลากหลายแบรนด์ภายใต้ร่มเงาของไอเบอร์รี่กรุ๊ป ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 50 แห่ง
ปัจจุบันแบรนด์อาหารในเครือไอเบอร์รี่ ประกอบด้วย กับข้าวกับปลา รสนิยม โรงสี เบิร์นบุษบา ทองสมิทธิ์ เจริญแกง และ
ฟ้าปลาทาน จากจุดเริ่มต้นที่ไอศกรีมโฮมเมดยอดขายหลัก 10 ล้านบาท ขยับสู่ 100 ล้านบาท และล่าสุดรายได้รวมในปี 2562 ก่อนเผชิญหน้ากับวิกฤติโควิดแตะ 1,100 ล้านบาทแล้ว
...
ส่วนรายได้ในปี 2563 ซึ่งอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดหล่นลงมาอยู่ที่ 800 ล้านบาท แต่ยังสามารถทำกำไรได้ในหลัก 10 ล้านบาท จากการปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรี การสร้างแบรนด์ใหม่ไร้หน้าร้านเพื่อรองรับการส่งแบบดีลิเวอรีอย่างเดียวภายใต้ชื่อเจริญแกงและฟ้าปลาทาน รวมทั้งการเปิดตัวอาหารสำเร็จรูปวางขายในร้าน 7-11
คุณปลาอธิบายว่าธุรกิจอาหารเป็น People Business ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นจุดแข็งในฐานะผู้หญิง เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน มีมาตรฐานที่ดี ซึ่งต้องปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เธอไม่สามารถทำได้คนเดียว ต้องอาศัยพนักงานทุกระดับ ไอเบอร์รี่กรุ๊ปจึงมีระบบแบ่งปันผลกำไรให้กับพนักงานเพื่อเป็นแรงจูงใจ
“สิ่งหนึ่งที่ปลาสามารถอธิบายตัวเองได้อย่างชัดเจนคือ ปลาอยากให้ลูกน้องเจริญ อยากให้เขามีชีวิตสุขสบายไม่ต่างจากเราที่เป็นเจ้าของ ปลาไม่อยากรวยคนเดียว”
นี่น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลอด 2 ปีของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ไอเบอร์รี่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วจากทีมงานที่แข็งแกร่งและพร้อมสู้
พอห้างถูกปิด ทางทีมรีบประเมินกระแสเงินสดทันที แม้ตอนนั้นการประเมินสถานการณ์ทำได้ยากมากเพราะนโยบายเปลี่ยนไปมา โชคดีที่ริเริ่มเปิดครัวกลางหรือ Cloud Kitchen ได้ทันท่วงที ตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยหาทำเลที่เหมาะกับการดีลิเวอรีและใช้โซเชียลมีเดียช่วยประชาสัมพันธ์ ทำให้ดึงยอดขายกลับมาได้บ้าง
รวมทั้งการเปิดตัวแบรนด์ขายข้าวแกง “เจริญแกง” สำหรับดีลิเวอรีอย่างเดียว ซึ่งขายดีมาก แถมต้นทุนต่ำเพราะไม่ต้องมีหน้าร้าน รวมทั้งการนำเมนูอาหารสำเร็จรูปภายใต้ร้าน “รสนิยม” วางจำหน่ายใน 7-11 ซึ่งขายดีมากเช่นกัน แม้กำไรน้อยแต่ทำให้ ได้เรียนรู้การเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
...
แม้ในช่วงโควิด ไอเบอร์รี่กรุ๊ปก็ยังมีการลงทุนต่อเนื่อง เห็นได้จากการเปิดตัวร้านอาหารเบิร์นบุษบาขายอาหารแนวยำ—ย่าง รวมทั้งการขยายร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ “ทองสมิทธิ์” ทะลุ 10 สาขาแล้ว!!
โออาร์เน้นเติบโตร่วมกัน
“คุณแดง-จิราพร ขาวสวัสดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ “โออาร์” โดยนับเป็นซีอีโอผู้หญิงคนแรกของกลุ่ม ปตท.
เริ่มเข้าทำงานที่ ปตท.ปี 2530 ในตำแหน่งนักบัญชี และเติบโตมาในสายงานบัญชี จนได้เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผนหน่วยธุรกิจน้ำมัน รับผิดชอบดูแลด้านกลยุทธ์และแผนธุรกิจของหน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ในปี 2555 และตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก (PTTRM) ในปี 2559 ตามลำดับ
...
เมื่อก้าวขึ้นสู่ซีอีโอของโออาร์ และเป็นซีอีโอผู้หญิงคนแรกของกลุ่ม ปตท. คุณแดงซึ่งสั่งสมประสบการณ์มายาวนานก็ได้ทำให้ชื่อของโออาร์กระหึ่มเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศตลอดจนต่างประเทศ ด้วยมีจำนวนผู้ถือหุ้นให้ความเชื่อมั่น 500,000 ราย มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ ตลาดหุ้นไทย
คุณแดงเปิดใจว่าความเป็นผู้หญิงไม่ส่งผลต่อการบริหารงานในองค์กร เพราะมีความเชื่อมั่นว่าภายในองค์กรทุกคนทำงาน
ด้วยการรับฟังซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนพี่น้อง อยู่กันด้วยการเคารพ นับถือตัวตนและผลงาน ดังนั้น จึงทำงานทุกอย่างด้วยการอ้างอิงข้อเท็จจริง มีหลักฐานยืนยัน ส่งผลให้ได้รับการเชื่อใจอยู่เสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดในฐานะการเป็นผู้บริหาร คือการทำตัวเป็นโรล โมเดล เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพนักงานในองค์กร
คุณแดงมองว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ทั่วโลกต้องเผชิญวิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อแต่ละองค์กรรุนแรงแตกต่างกันนั้น เป็นเพียงตัวเร่งที่เตือนให้เราต้องปรับตัวเร็วยิ่งขึ้น องค์กรที่จะอยู่รอดคือองค์กรที่ปรับตัวได้เร็ว โจทย์ใหม่ทางธุรกิจในวันนี้ไม่เหมือนกับในอดีต ไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีต่างๆ กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจใบเก่าไปเกือบทั้งหมด โออาร์จึงมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจที่ร่วมเติมเต็มโอกาสในการเติบโตให้กับทุกคน ภายใต้กรอบการดำเนินธุรกิจที่เน้นเรื่องโมบิลิตี้และไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคต
พร้อมมุ่งเน้นความร่วมมือที่จะช่วยสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งสร้างมิตรแท้ทางธุรกิจ และช่วยให้ทั้งพันธมิตร คู่ค้า ลูกค้า สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้ โออาร์ได้สะท้อนออกมาเป็นแนวทางการทำธุรกิจที่เน้นการเติบโตร่วมกัน!!
ไปโลดเพราะ “เชื่อแป้ง”
“คุณแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ” ปัจจุบันนอกจากจะนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) แล้ว
ยังเป็นหนึ่งในเจ้าแม่ในแวดวงไฮโซ เพราะเป็นผู้แทนจำหน่ายนำเข้าแฟชั่นแบรนด์เนมหลายแบรนด์ในประเทศไทย อาทิ แอร์เมส (Hermes) เอ็มโพริโอ อาร์มานี (Emporio Armani), ทอดส์ (Tod’s), Rodo, โคลเอ้ (Chole), Christofle และบลูมารีน (Blumarine)
ขณะที่ในด้านวงการกีฬาฟุตบอล “คุณแป้ง” ยังได้สร้างชื่อเสียงมากมาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือในไทยลีก ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย และยังเป็นอดีตผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย
ที่สำคัญ จากผลงานล่าสุดในรายการแข่ง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” คุณแป้งได้เรียกศรัทธาจากแฟนบอลชาวไทยให้รวมพลังใจกันส่งเสียงเชียร์ “ช้างศึก” ทีมชาติไทยอย่างกึกก้องอีกครั้ง
คุณแป้งพูดถึงเคล็ดลับการบริหารงานกับความเป็นผู้หญิงว่าหัวใจหลักของความเป็นผู้หญิงคือคนที่แบ่งปันความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการให้ สำหรับแป้งการบริหารงานหรือการบริหารคน สุดท้ายก็ล้วนเป็นการบริหารใจ ด้วยความเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำให้พนักงานมีใจที่จะบันดาลแรง ขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างยั่งยืน
ความเป็นผู้หญิงเป็นพลังของความอ่อนโยน ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งสู่องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิด She-economy พลังผู้หญิงขับเคลื่อนเศรษฐกิจขึ้น เห็นได้ว่าการบริหารงานในหลายๆองค์กรในปัจจุบันนั้น ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในองค์กรเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำสามารถเป็นหัวเรือหลักในการขับเคลื่อนและบริหารงานธุรกิจในหลากหลายด้าน และบางท่านได้ก้าวขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารองค์กรชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ได้แสดงความรู้ ความสามารถ ทักษะ และตัวตนความเป็นผู้หญิงได้อย่างมั่นใจ
“ในท่ามกลางวิกฤติ “พนักงาน” นับเป็นกำลังหลัก เป็นหัวใจ ที่สำคัญที่สุด ดังนั้นองค์กรควรส่งต่อให้พนักงานก็คือ Empathy ความเข้าอกเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ยิ่งช่วงล็อกดาวน์ การ work from home เป็นเรื่องที่ต้องเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่ปล่อยไปทำงานที่บ้านแล้วตามแต่งาน เราต้องตามดูแล เข้าใจลูกน้องรับฟังและแก้ไข ให้เขาสามารถทำงานออกมาได้ดีที่สุดทั้งในด้านจิตใจ และช่วยเหลือ สนับสนุนอุปกรณ์การทำงานจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป”
“อีกหนึ่งหัวใจในการดำเนินธุรกิจของเรา ก็คือการรักษา พันธะกับคู่สัญญาประกันภัย การดูแลเขา เพราะประกันภัยอยู่ด้วยความเชื่อมั่น และช่วยเยียวยาเมื่อเกิดภัย นี่คือสิ่งที่บริษัทเมืองไทยประกันภัยให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดมาตลอด ซึ่งไม่ใช่ แค่ช่วงโควิด แต่คือตลอดระยะเวลา 89 ปีที่ก่อตั้งบริษัทมา”
หญิงเหล็กแห่งโลกยานยนต์
“คุณหมู-ปนัดดา เจณณวาสิน” ประธานที่ปรึกษา บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นับเป็น “หญิงเหล็กแห่งโลกยานยนต์”
เพราะ “คุณหมู” ถือเป็นหนึ่งในแม่ทัพสำคัญของตรีเพชรฯ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการผลักดันรถอีซูซุติดลมบน ด้วยการเป็นผู้มีส่วนในการวางแผนการตลาด จนอีซูซุยึดตำแหน่งแชมป์ยอดขายในตลาดรถปิกอัพบ้านเรามายาวนานหลายปี ทำให้อีซูซุขึ้นแท่นเป็นทั้ง “เจ้าพ่อตลาดรถกระบะ” และ “ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์”
ทำให้อีซูซุมอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะตั้งประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถกระบะอีซูซุส่งออกไปทั่วโลกแล้ว ยังให้ตรีเพชรฯ รับผิดชอบการวางแผนการตลาดสำหรับตลาดส่งออกรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ไปทั่วโลกอีกด้วย
คุณหมูมองว่าความเป็น “ผู้หญิง” ไม่มีผลต่อการบริหารงาน เพราะเชื่อว่า “สมองไม่มีเพศ” หญิงและชายจึงมีบทบาทเท่าเทียมกัน ความสามารถของมนุษย์ขึ้นอยู่กับ “สมอง” ไม่เกี่ยวกับความแตกต่างทางเพศ
และนับว่าโชคดีที่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานแห่งแรกและแห่งเดียวของดิฉันนับตั้งแต่สำเร็จการศึกษาเป็นต้นมานั้น ถึงแม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างญี่ปุ่นและไทย แต่มีแนวคิดเรื่องบทบาท ของหญิงและชายแบบเสมอภาค จึงไม่มีข้อกำหนดหรือความคาดหวังเกี่ยวกับหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันของหญิงและชาย
“ทีมเวิร์ก เป็นสิ่งที่ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ยึดมั่น และเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในสิ่งที่บริษัทต้องการจากพนักงานด้วย ดิฉันมีพนักงานที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เราต้องการคือ การบรรลุเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน โดยสมาชิกทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต้องทุ่มเททำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเช่นเดียวกัน”
เพราะความเชื่อว่า “สมองไม่มีเพศ” คุณหมูบอกว่าจึงต้องทำงานในลักษณะที่ไม่แตกต่างจากผู้ชายโดยไม่สามารถนำเอาความแตกต่างทางเพศด้านชีววิทยามาเป็น “ข้ออ้าง” ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อเป็นสิ่งยืนยันความเชื่อดังกล่าวของตน อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าความแตกต่างทางเพศด้านชีววิทยาจะนำมาเป็น “ข้ออ้าง” ไม่ได้ก็ตาม แต่ความแตกต่างดังกล่าวเป็นธรรมชาติที่มีอยู่จริง ความเป็น “ผู้หญิง” จึงมีความยากลำบากกว่าในการก้าวข้ามความแตกต่างตามธรรมชาติบางประการเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในเส้นทางสายอาชีพ
ตัวอย่างที่เห็นอย่างชัดเจนคือ การที่ต้องทำงานในลักษณะเดียวกับผู้ชายในขณะกำลังตั้งครรภ์และการยอมรับจากชาวต่างชาติบางประเทศ อย่างไรก็ดี เมื่อเชื่อว่าถ้าตนเองซึ่งเป็นผู้หญิงต้องการได้รับการยอมรับในลักษณะเดียวกับผู้ชาย ก็จะต้องบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานให้ลงตัวมากที่สุดด้วยตนเอง โดยไม่กระทบต่อความรับผิดชอบที่มีต่อองค์กร
อีซูซุดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานถึง 64 ปี นับเป็นธุรกิจด้านยานยนต์ขนาดใหญ่ค่ายหนึ่งของเมืองไทย ในการ “บริหารองค์กร” เรามุ่งหวังที่จะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยจิตวิญญาณของ “SME” โดยไม่ป่วยเป็น “โรคขององค์กรขนาดใหญ่” (Big Company Syndrome)
“เราต้องการให้การบริหารองค์กรขนาดใหญ่ของเราไม่เป็นดังเช่นเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือขนส่งสินค้า แต่เป็นดั่งเรือลาดตระเวนความเร็วสูงที่สามารถเปลี่ยนแปลงความเร็ว อัตราเร่งหรือเส้นทางได้โดยเสรีและรวดเร็ว”
คิดแล้วทำทันที WHA จึงติดลมบน
“คุณจูน-จรีพร จารุกรสกุล” ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดับบลิวเอชเอ หญิงเก่ง แห่งวงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เมืองไทย ได้สร้างมิติใหม่แก่วงการนี้อย่างมากมาย
ปัจจุบันกลุ่มดับบลิวเอชเอได้ดำเนิน 4 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้ 1. พัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ โดยพัฒนาโครงการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานคุณภาพสูง, กลุ่มที่ 2. พัฒนานิคมอุตสาหกรรม, 3. ให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน และ 4. ให้บริการด้านดิจิทัล นอกจากนี้ยังได้ลงทุนในต่างประเทศ
มีมาร์เก็ตแคปรวมกันมากกว่าแสนล้านบาท กิจการมีการเติบโตทุกปี เพราะคุณจูนมีเคล็ดลับ “ไม่รอ ให้ทุกอย่างพร้อม ถึงจะเริ่มลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องใหญ่ เพราะถ้ารอให้พร้อม มันอาจจะช้าไป แต่เราคิดแล้วทำทันที หากทำแล้วผิดทาง ไม่เป็นอย่างที่คิด ก็สามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนทิศทางได้ทันที เพราะมีความยืดหยุ่น ปรับตัวเร็ว ทันสถานการณ์ แต่นำเทรนด์ พร้อมก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา”
คุณจูนย้ำว่าไม่เคยคิดว่าความเป็น “ผู้หญิง” จะเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการบริหารงาน แต่ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของเรามากกว่า แม้เราจะทำธุรกิจที่ผู้บริหารในกลุ่มธุรกิจนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายหมด หรือแม้กระทั่งใน WHA เอง ผู้ร่วมงานที่เป็นผู้บริหารแถว 2 รองจากเราลงมาเป็นมืออาชีพที่เป็นผู้ชายทั้งหมด ก็ไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ อยู่ที่เราต้องแสดงความเชื่อมั่นให้เขายอมรับว่าเราเป็นผู้นำขององค์กรได้
“ความเป็นผู้หญิงยังทำให้มีความได้เปรียบ เพราะผู้หญิงมีความละเอียดอ่อนในการดูแลพนักงาน โดยเฉพาะด้านจิตใจ ที่ให้ความรักและความผูกพัน ทำให้เราสามารถให้ความใกล้ชิดและสามารถเข้าถึงพนักงานได้มากกว่า”
“WHA เริ่มจากองค์กรขนาดเล็กและค่อยๆขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเราเน้นบริหารองค์กรให้มีความคล่องตัว เหมือนยังเป็นองค์กรเล็ก ทั้งการจัดกลุ่มธุรกิจและการบริหารงานทำให้ปรับตัวได้ทันต่อเวลาและสถานการณ์ โดยลดขั้นตอนวิธีการทำงานให้คล่องตัว มีความยืดหยุ่น ไม่ทำตัวเป็นองค์กรใหญ่ที่เทอะทะ ซับซ้อน จึงทำให้ WHA เติบโตและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เพราะการตัดสินใจเร็วและทำทันที”
คุณจูนยังเผยถึงเคล็ดลับการบริหารองค์กร คือ ต้องทำให้คนในองค์กรมีความเชื่อมั่นเราและเราเชื่อมั่นในเขา โดยสร้างความเชื่อมั่นในกันและกัน สร้างความเชื่อมั่นในทีม เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จในอนาคต และการมุ่งมั่นเป็นองค์กรแห่งความยืดหยุ่น พร้อมเปลี่ยนแปลง!!
AWC เน้นรวมพลังไปสู่ความสำเร็จ
“คุณเอ๋-วัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ทั้งยังเป็นทายาทคนที่ 2 ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เพิ่งได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 20 นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล ประจำ
ปี 2021 จากนิตยสาร “ฟอร์บส์ เอเชีย”
เป็น “หญิงแกร่ง” ผู้คุมบังเหียนสูงสุดของอาณาจักร AWC ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่าแสนล้านบาท นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการสร้างสถิติการขายหุ้น IPO ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา และเป็นการขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทยกว่า 48,000 ล้านบาท
พร้อมนำอาณาจักร AWC ผงาดเป็นผู้นำธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจรในประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเอเชีย
“คุณเอ๋” บอกว่าความเป็น “ผู้หญิง” ไม่มีผลต่อการบริหารงาน เพราะสังคมไทยเปิดรับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และมองถึงความมุ่งมั่นของผู้หญิงที่จะได้มีส่วนร่วมกันในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญ คือ การสร้างคุณค่าองค์รวมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
“การดำเนินธุรกิจของ AWC เราเน้นสร้างพันธมิตรร่วม รวมพลังเพื่อสร้างการเติบโตและคุณค่าไปด้วยกัน และด้วยสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งเศรษฐกิจและพฤติกรรมลูกค้า เราจึงทำกลยุทธ์ธุรกิจไปพร้อมกับการบริหารกรอบความเสี่ยง เพื่อให้พวกเราและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเติบโตต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน”
สำหรับเคล็ดลับในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่จนขึ้นมาสู่ความสำเร็จนั้น คุณเอ๋เผยว่าผู้นำมีส่วนสำคัญยิ่ง ต้องสามารถผลักดันทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการให้ผลงานประสบความสำเร็จ ยิ่งต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงให้การทำงานดีกว่าเดิม ทำให้การมองไปข้างหน้ามีความชัดเจนสำหรับองค์กรและทีมงาน ด้วยการวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
AWC มุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า เมื่อเจอสถานการณ์วิกฤติ ยิ่งตอกย้ำว่าเราต้องสร้างคุณค่าระยะยาว เน้นความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
“สิ่งที่ยึดมั่นของการเป็นผู้นำองค์กร คือ การรวมพลังเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มองกลยุทธ์แบบสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทุกคน”
ทีมเศรษฐกิจ