จากเหตุระทึกเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (25 มี.ค. 2567) ที่มีชายหนุ่มยิงตัวตายในโรงพยาบาลชื่อดัง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก และอาจก่อให้เกิดภาวะ PTSD (Post-traumatic stress disorder) ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาวได้ หากเราต้องอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ควรต้องรับมืออย่างไรดี

PTSD คืออะไร

PTSD (Post-traumatic stress disorder) หรือโรคเครียดฉับพลัน Acute stress disorder (ASD) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่เกิดกับคนที่เจอเหตุการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องที่คาดไม่ถึงและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต จะทำให้เกิดความกลัว กังวล รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH - Bangkok Mental Health Hospital เผยว่า แต่ละคนมีการตอบสนองต่อการเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงที่แตกต่างกัน จนทำให้มีความรู้สึกกังวล เศร้า โกรธ นอนไม่หลับ เสียสมาธิ คิดวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่จะมีอาการค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่ง แต่บางคนยังคงมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

การระบายความรู้สึกกับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจจะช่วยคลายความเครียดจากภาวะ PTSD ได้ (ภาพจาก iStock)
การระบายความรู้สึกกับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจจะช่วยคลายความเครียดจากภาวะ PTSD ได้ (ภาพจาก iStock)

...

หากพบว่าตนเองมีอาการดังต่อไปนี้ควรมาพบแพทย์ ได้แก่ กังวล เศร้า หรือกลัวมาก ร้องไห้บ่อย โกรธ หงุดหงิด ไม่พอใจมาก สมาธิความจำไม่ดี ฝันร้าย นอนไม่หลับ คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กลัวว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก หลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือสิ่งที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น แยกตัวจากสังคม ไปจนถึงมีอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง เหงื่อแตก ใจสั่น และตื่นตกใจง่าย

วิธีรับมือความเครียดจากเหตุการณ์รุนแรง กระทบจิตใจ

สำหรับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ความรุนแรงจนเกิดความเครียด สามารถรับมือกับอาการดังกล่าวด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีความเครียด มีอารมณ์ร่วมกับข่าวมากไป ให้ดึงตัวเองออกจากการรับรู้ข่าวสาร งดการเข้าไปมีส่วนร่วมกับข่าว ทั้งการแชร์ การคอมเมนต์ที่รุนแรงเกรี้ยวกราด เนื่องจากเป็นการส่งต่อความรุนแรง
  2. ใช้เวลาอยู่กับคนที่คุณอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไว้ใจ พูดคุย ระบายความรู้สึก อย่าแยกตัวไปอยู่คนเดียว
  3. สงบจิตใจตัวเองด้วยการทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิกำหนดลมหายใจ เข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูง ออกกำลังกาย
  4. ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ดูแลตัวเอง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรใช้สุรายาเสพติด
  5. ถ้ามีความรู้สึกอยากร่วมช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถมีส่วนร่วมได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น บริจาคเงิน
  6. ถ้ามีคนรู้จักมีความเครียดมากในเรื่องนี้ คุณสามารถช่วยเขาได้โดยการเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังอย่างไม่ตัดสินความคิดความรู้สึกของเขา ช่วยเหลือเขาเท่าที่คุณสามารถทำได้
  7. สังเกตอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง หากเครียดมากไป ไม่สามารถรับมือได้ ให้ปรึกษาจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา

ทั้งนี้ การจัดการความเครียดจากเหตุการณ์รุนแรงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทน ผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ความรุนแรงควรใจเย็น และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม แต่ถ้าไม่สามารถจัดการความเครียดได้ แนะนำให้มาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข