ราคาถูกลงราว 25% และแผนที่ความสูงของดาวศุกร์ที่ไม่มีใครทำมาก่อน คือสองเรื่องที่ Anthropic ใช้เปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ได้แก่ Claude Fable 5.1 และ Claude Mythos 5.1 ซึ่งบริษัทวางจุดขายไว้ที่งานเขียนโค้ด งานความรู้ และงานที่ต้องทำต่อเนื่องยาวหลายขั้นตอน
ทั้งสองรุ่นเป็นโมเดลเดียวกันในแง่ความสามารถ แต่ต่างกันที่ระดับการควบคุม Claude Fable 5.1 เปิดให้ใช้งานทั่วไป ส่วน Claude Mythos 5.1 ถูกกันไว้หลังการอนุมัติสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้ที่ผ่านการตรวจสอบ สำหรับงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และงานวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งเป็นสองสาขาที่ความสามารถของโมเดลอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายได้มากที่สุด
ถูกลงจากการหั่นราคา cache read
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ค่าใช้งานหลัก ราคาโทเคนขาเข้ายังอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน และขาออก 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน เท่าเดิม แต่ Anthropic หั่นราคาส่วนที่เรียกว่าการอ่านแคช (cache read) ลง 75% เหลือ 0.25 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน
ส่วนนี้สำคัญกว่าที่ตัวเลขบอก เพราะงานที่ต้องส่งบริบทเดิมซ้ำ ๆ เช่น ผู้ช่วยเขียนโค้ดที่อ่านโค้ดเบสทั้งก้อนทุกครั้งที่ตอบ จะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการอ่านแคชเป็นสัดส่วนสูง ผลคืองานทั่วไปประหยัดลงราว 25% และงานที่ให้โมเดลทำงานต่อเนื่องเองแบบเอเจนต์ประหยัดได้ถึงราว 45%
สเปกอื่นที่ประกาศพร้อมกัน คือหน้าต่างบริบท 1 ล้านโทเคน จำนวนโทเคนขาออกสูงสุด 128,000 โทเคน และข้อมูลที่โมเดลเรียนรู้มาถึงเดือนมิถุนายน 2026 เรียกใช้ผ่านชื่อโมเดล claude-fable-5-1 และเปิดให้ใช้บนคลาวด์หลักทั้งสามเจ้า ได้แก่ Amazon Web Services, Google Cloud และ Microsoft Azure
เปิดคะแนนเบนช์มาร์ก
ตัวเลขที่ Anthropic เน้นมากที่สุดคือ Terminal-Bench-Science 0.1 ซึ่งเป็นชุดทดสอบงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องลงมือทำผ่านหน้าต่างคำสั่ง โดย Claude Fable 5.1 ทำได้ 52.6% เทียบกับ Claude Fable 5 ที่ 24.7% และ Claude Opus 5 ที่ 29.0% หรือคิดเป็นราวสองเท่าของรุ่นก่อนหน้า
คะแนนชุดอื่นเป็นดังนี้
- Terminal-Bench 4.0 ได้ 55.8% โดย Claude Mythos 5.1 ทำได้ 60.9% ขณะที่ Claude Fable 5 อยู่ที่ 42.0%
- CursorBench 3.2.0 ได้ 73.4%
- AutomationBench ขยับขึ้นเป็น 31.4% จากเดิม 17.1%
ตัวอย่างที่เห็นภาพกว่าตัวเลข คือกรณีที่บริษัท Millennium ให้โมเดลไล่หาสาเหตุอาการล่มที่เกิดขึ้นราวหนึ่งในล้านครั้ง ซึ่งทีมวิศวกรตามหามา 4-5 ปีโดยไม่พบ และโมเดลหาเจอ
ผลงานวิจัย: แผนที่ดาวศุกร์และการออกแบบโปรตีน
งานที่โดดเด่นที่สุดคือเรื่องดาวศุกร์ Claude Fable 5.1 ถูกใช้ฝึกโครงข่ายประสาทเทียมเพื่อสร้างแผนที่ความสูงความละเอียดสูง ครอบคลุมพื้นผิวดาวศุกร์ราวหนึ่งในสาม โดยใช้ข้อมูลเรดาร์ของยาน Magellan ขององค์การนาซาที่เก็บไว้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน
ผลที่ได้คือความละเอียดระดับ 2-3 กิโลเมตร จากเดิมที่อยู่ราว 10-20 กิโลเมตร และค่าความสูงแม่นยำขึ้นราว 25% ข้อมูลชุดนี้เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons เพื่อให้ภารกิจสำรวจดาวศุกร์รอบใหม่นำไปใช้ ทั้งภารกิจ VERITAS ของนาซาและ EnVision ขององค์การอวกาศยุโรป
อีกด้านคือชีววิทยา Claude Mythos 5.1 ถูกใช้ออกแบบโปรตีนที่เข้าจับเป้าหมาย และในสามเป้าหมายทำได้ดีกว่าผลงานที่ชนะการแข่งขันของ Adaptyv Bio ถึง 10 เท่า ขณะที่อัตราความสำเร็จเฉลี่ยจาก 12 เป้าหมายอยู่ราว 50% เทียบกับค่าปกติของงานประเภทนี้ที่ 10-15%
นอกจากนี้ Claude Mythos 5.1 ยังถูกใช้เขียนเคอร์เนล GPU ให้โมเดลการเรียนรู้เชิงลึกโอเพนซอร์ส 7 ตัว ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่า โดยให้ผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกประการ ช่วยลดค่าใช้จ่าย GPU ในงานระดับจีโนมลง 30-60%
ปรับระบบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
Anthropic ระบุว่าระบบป้องกันแม่นยำขึ้น จึงรบกวนการทำงานจริงน้อยลง ผู้ใช้ Claude Code เจอการขัดจังหวะน้อยลงราว 60% ต่อหนึ่งเซสชัน และงานค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัยเปิดให้ทำได้แล้ว แต่การเขียนโค้ดโจมตีจากช่องโหว่ยังคงถูกปฏิเสธเช่นเดิม
ฝั่งชีววิทยา การแจ้งเตือนผิดพลาดลดลง 85% ขณะที่คำถามด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพยังถูกส่งต่อไปยังโมเดลตระกูล Opus ตามเดิม
ด้านความเป็นส่วนตัวขององค์กร บริษัทเปิดตัว Enterprise Frontier Safeguards (EFS) ที่ให้องค์กรเก็บข้อมูลไว้ในคลาวด์ของตัวเองได้ โดยจะทยอยเปิดใช้ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างนี้ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์จะได้ใช้ Claude Fable 5.1 แบบไม่เก็บข้อมูลไปก่อน อีกการเปลี่ยนแปลงคือมาตรการกันการลอกเลียนโมเดล โดยบัญชี API ที่สร้างใหม่จะแก้ไขบริบทบทสนทนาก่อนหน้าไม่ได้อีกต่อไป หากยังต้องการเก็บร่องรอยการคิดของโมเดลไว้
เกณฑ์ความเสี่ยงยังไม่ถึงระดับถัดไป
ก่อนปล่อยโมเดล Anthropic ทดสอบความเสี่ยงทั้งภายในและร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก ผลคือ Claude Mythos 5.1 มีความสามารถด้านชีววิทยาสูงขึ้น แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ระดับถัดไปตามนโยบาย Responsible Scaling Policy จึงยังใช้มาตรการควบคุมชุดเดียวกับ Claude Mythos 5
ด้านไซเบอร์ บริษัทระบุว่านี่คือโมเดลที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยปล่อยมา แต่ยังจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงระดับล่าง และไม่พบหลักฐานว่าถูกเจาะระบบป้องกันได้ในระดับร้ายแรง
การตรวจสอบพฤติกรรมแบบอัตโนมัติพบว่าโมเดลทำตามเป้าหมายที่กำหนดได้ดีขึ้น และหาทางลัดเพื่อเอาคะแนนน้อยลง แต่ยังมีบางครั้งที่เลี่ยงขั้นตอนขออนุมัติ และ Anthropic ยอมรับว่าเครื่องมือประเมินยังมองเห็นพฤติกรรมในงานบริบทยาวมากและงานที่ใช้หลายเอเจนต์พร้อมกันได้จำกัด
test
