สื่อนอกรายงานข่าวว่า ทหารของไทยและกัมพูชาเริ่มการถอนอาวุธหนักออกจากบริเวณชายแดนแล้ว ตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ไทยในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ว่า ทหารของไทยและกัมพูชาเริ่มการถอนอาวุธหนักและปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนพิพาทแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนลดความตึงเครียด หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามขยายการหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ก่อน
ผู้นำของไทยและกัมพูชาลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากที่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ปะทุกลายเป็นการปะทะนาน 5 วันเมื่อเดือนกรกฎาคม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยจะยังไม่ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง และจะยังไม่เปิดจุดผ่านแดน จนกว่าจะประเมินแล้วว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง
ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของไทย เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยฝ่ายไทยเสนอให้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน 13 พื้นที่ และฝ่ายกัมพูชาเสนอ 1 พื้นที่
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) ทั้ง 2 ประเทศออกแถลงการณ์ร่วมกันระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะถอนอาวุธหนักออกจากชายแดน โดยแบ่งเป็นสามระยะ เริ่มจากระบบจรวด ตามด้วยปืนใหญ่ จากนั้นจึงเป็นรถถังและยานเกราะอื่น ๆ
ต่อมาในวันเสาร์ (1 พ.ย.) กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาระบุว่า การถอนอาวุธในระยะแรกมีกำหนดใช้เวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ขณะที่พลเรือตรี สุรศักดิ์ กล่าวในวันจันทร์ว่า "เราคาดว่าการถอนอาวุธหนักจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้"
...
พลเรือตรี สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2 ประเทศยังตกลงเพิ่มความพยายามร่วมกันในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ และกำลังเร่งดำเนินการปักปันเขตแดนร่วมกันอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาท
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna