กรมการค้าต่างประเทศ เผย 1 ม.ค.69 เตรียมบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากแหล่งที่มีการเผา ป้องกันการก่อฝุ่น PM 2.5 ใครฝ่าฝืน ตักเตือน 2 ครั้ง ถ้ายังมีครั้งที่ 3 พักขึ้นทะเบียนนำเข้า และมาตรการคุมส่งออกสินค้าใช้ได้สองทาง นำร่องหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ จากทั้งหมด 10 หมวด จากนั้นไตรมาส 2 คุมต่ออีก 3 หมวด 7-9 พร้อมเฝ้าระวังเพิ่มเติมอีก 50 รายการที่ใช้มากในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เตรียมบังคับใช้มาตรการใหม่ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การออกมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเพื่อลดปัญหามลพิษ PM 2.5 ข้ามพรมแดน เพื่อร่วมปกป้องสุขภาพของคนไทย และมาตรการใบอนุญาตส่งออก สำหรับสินค้าที่นำไปใช้เพื่อเป็นสินค้าปกติและใช้เป็นส่วนประกอบในอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือสินค้าสองทาง (DUI) ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจสินค้าไทยในเวทีโลก และนักลงทุนต่างชาติว่าไทยยืนอยู่ข้างสันติภาพ และไม่สนับสนุนการทำสงคราม
...
สำหรับการคุมนำเข้าวข้าวโพดปลอดการเผานั้น กรมการค้าต่างประเทศ จะกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะต้องมีหลักฐานเพื่อแสดงว่าข้าวโพดที่นำเข้ามานั้น มาจากกระบวนการผลิตที่ “ปลอดการเผา” เพื่อลดการก่อฝุ่นพิษ PM 2.5 ข้ามพรมแดน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเพื่อสร้างมาตรฐานการค้าใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ แต่ละปีไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4-5 ล้านตัน แต่ต้องการใช้ประมาณ 9 ล้านตัน จึงต้องนำเข้า ประมาณ 2 ล้านตัน ในจำนวนนี้กว่า 90% มาจากเมียนมา ส่วนที่เหลือเป็นลาว กัมพูชา โดยมาตรการนี้ จะบังคับใช้ไปจนกระทั่งพ.ร.บ.อากาศสะอาด และกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้เท่านั้น
“ในระหว่างนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนมีพ.ร.บ.อากาศสะอาด และกฎหมายลูกบังคับใช้ ผู้นำเข้าต้องรับรองตนเองได้ว่าสินค้านำเข้ามาจากแหล่งที่ไม่เผา หรือใช้เอกสารจากหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ส่งออกหรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเป็นผู้รับรองก็ได้ พร้อมกับจะต้องมีการบันทึกข้อมูลการเพาะปลูก และที่ตั้งแปลงปลูกของสินค้าที่นำเข้า เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแปลงเพาะปลูก หากนำเข้าจากแหล่งที่มีการเผา 2 ครั้งแรกจะแค่ตักเตือน แต่หากมีครั้งที่ 3 จะพักการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้า ทำให้ไม่สามารถนำเข้าได้อีก”
ส่วนภายหลังจาก พ.ร.บ อากาศสะอาด และกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้เป็นต้นไปแล้ว จะใช้มาตรการที่มีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น การนำเข้าจะต้องใช้ใบรับรองจากหน่วยงานที่ยอมรับของประเทศผู้ส่งออกเท่านั้น และจะต้องมีแผนที่แปลงการเพาะปลูกมาประกอบด้วย เป็นต้น ส่วนบทลงโทษยังคงเดิม อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้อยู่ระหว่างารเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา จากนั้นกระทรวงพาณิชย์จะนำมาออกประกาศ และจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.69 แน่นอน
นายดวงอาทิตย์ กล่าวต่อถึงการคุมการส่งออกสินค้าสองทางว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 กรมจะควบคุมการส่งออกสินค้าใช้ได้สองทาง ทั้ง 10 หมวด กว่า 1,775 รายการ แต่จะเริ่มคุมการส่งออกที่หมวด 0 หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ (วัสดุ สถานประกอบการ และอุปกรณ์) รวม 204 รายการก่อน ซึ่งในปี 67 ไทยส่งออกสินค้าหมวด 0 มูลค่า 437,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ส่งออกไปสหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น และภายในไตรมาส 2 ปี 69 จะขยายการควบคุมไปยังหมวด 7-9 ที่เป็นสินค้าระบบนำร่องและระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน, สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ทางทะเล และสินค้าการบิน อวกาศ และการขับดัน เช่น โดรน ชิ้นส่วนเครื่องบิน ฯลฯ โดยปี 67 ไทยส่งออกสินค้าสองทางทั้ง 10 หมวด มูลค่า 3.15 ล้านล้านบาท หรือราว 30% ของมูลค่าการส่งออของไทย
“ในการควบคุมการส่งออก ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบว่าสินค้าของตนเป็น DUI หมวด 0 หรือไม่ ผ่านระบบ e-Classification ของกรม ที่ www.etcwmd.dft.go.th หากพบว่าเป็น DUI จะต้องยื่นขออนุญาตส่งออกผ่านระบบ e- DUI Licensing พร้อมแนบเอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองการใช้สุดท้าย และเอกสารการซื้อขายสินค้าโดยผู้ประกอบการยื่นขอใบอนุญาตผ่านระบบ e- DUI Licensing ได้ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 68”
...
นอกจากนี้ กรมยังมีสินค้าเฝ้าระวังเพิ่มเติมอีก 50 รายการ ที่ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่กังวลว่า อาจนำมาผลิตเป็นอาวุธทำลายล้างสูงได้อีก ซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในสงคราม-ยูเครน และขอให้ไทยเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกด้วย เช่น ชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ ชิ้นส่วนเครื่องบิน อย่างใบพัด หรือโดรน ที่ปัจจุบัน นำมาใช้ปฏิบัติการทางทหาร และในการสู้รบมากขึ้น โดยทั้ง 50 รายการนี้ ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นสินค้าที่อยู่นอกเหนือสินค้าใช้ได้สองทาง 10 หมวด
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม