นับแต่ปีใหม่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม เป็นเรื่องเศร้าสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีเป็นยิ่งนัก เพราะราคาร่วงมาตลอด ทั้งที่ปริมาณผลผลิตน้อยลงไปประมาณ 8% เพราะเกษตรกรบางส่วนหันไปปลูกพืชอย่างอื่นที่ได้ราคาดีกว่า

เกิดอะไรขึ้น...ทำไมราคาถึงได้สวนทางกลไกตลาด ของน้อยต้องมีราคาสูง ของล้นตลาดราคาถึงจะร่วง

ช่วงเดียวกันนี้ ปี 2561 กะหล่ำปลีเขียว (ไม่ปอกเปลือก) ราคา ณ ตลาดสี่มุมเมืองอยู่ที่ กก.ละ 8 บาท แต่มาปีนี้กลับเหลือแค่ 3-5 บาท...กะหล่ำปลีขาวเคย กก.ละกว่า 20 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 12-15 บาท

กะหล่ำปลีคละเกรดช่วงนี้ปีที่แล้ว มีวิ่งเข้าตลาดสี่มุมเมืองวันละ 40 คันรถ หรือประมาณ 450-500 ตัน...แต่ปีนี้เหลือแค่ 400 ตัน

จากการสำรวจตลาดจากปากแม่ค้า สาเหตุที่ทำให้ราคากะหล่ำพลิกผัน ประการแรกน่าจะมาจากฤดูหนาวมีผักตัวอื่นให้เลือกมาก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูกะหล่ำแพง ผู้บริโภคเลยหันไปซื้อผักอื่นที่ถูกกว่า

อีกประการโรงงานต่างๆอยู่ในสภาวะย่ำแย่ หลายแห่งปลดคนงานออก จากเคยเหมาซื้อไปทีละมากๆ ปีนี้กำลังซื้อกะหล่ำเลยน้อยลงไปตามโรงงานต่างๆ

แต่อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าราคาน่าจะกระเตื้องเล็กน้อย เพราะปริมาณผลผลิตจะเริ่มน้อยลงจากเหตุฝนตกบนดอย การขนส่งลงมายากขึ้น อาจเกิดภาวะกะหล่ำขาดตลาดในระยะสั้นๆ.