“รายงานวันจันทร์”-โรดแม็ป กทม.แก้ปัญหาขยะล้นเมือง

กรุงเทพฯ นับเป็นเมืองที่สร้างขยะมูลฝอยมากที่สุดของประเทศไทย ทั้งขยะมูลฝอยที่เกิดจากแหล่งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของชาวเมือง โดยสถิติล่าสุดพบว่า กรุงเทพฯมีปริมาณขยะมูลฝอยมากถึง 13,000 ตันต่อวัน หากเรามีระบบการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ อีกไม่นานปัญหาขยะในเมืองนี้อาจถึงขั้นนวิกฤติก็เป็นได้

-------------------------------

จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยกับ “รายงานวันจันทร์” ว่า ขยะในกรุงเทพฯกว่า 13,000 ตันในแต่ละวันนั้น กทม.

มีบริหารจัดการเป็นขั้นตอนต่างๆ เริ่มตั้งแต่การเก็บจากถังขยะสาธารณะ และจากครัวเรือนทั้ง 50 เขต ไปรวบรวมที่สถานีขนถ่ายมูลฝอย 3 แห่ง คือ สถานีขนถ่ายมูลฝอยสายไหม สถานีขนถ่ายมูลฝอยหนองแขม และสถานีขนถ่ายมูลฝอยอ่อนนุช ประมาณ 10,000 ตันต่อวัน จากนั้นได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนมารับขยะเหล่านี้ไปกำจัดโดยการฝังกลบในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีค่าใช้จ่ายตันละ 1,800 บาท

ส่วนอีก 3,000 ตันนั้น เป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ หรือ Recycle รวมถึงขยะที่สามารถนำไปผลิตเป็นแก๊ส ปุ๋ยหมักได้

ในอนาคต กทม.ได้วางแผนในการจัดการขยะไว้ 2 วิธี คือ 1. การเพิ่มโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะให้มากขึ้น โดยในปลายปีนี้ กทม.จะมีเตาเผาขยะขนาด 300 ตันต่อวัน ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากการเผาขยะได้ 8 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 5 ปี ต้องมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากการเผาขยะที่สามารถเผาขยะได้ 2,000 ตันต่อวัน อย่างไรก็ดี วิธีการจัดการขยะด้วยการเผาอาจจะไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะต้องศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการเผาขยะซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ และสภาพแวดล้อมหลายด้านด้วย

ส่วนวิธีที่ 2 ที่อยู่ในแผนระบบจัดการขยะในอนาคตของ กทม.คือ การหมักขยะประเภทเศษอาหาร เศษใบไม้ ซึ่งจะทำให้เกิดแก๊สสามารถนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และกากจากการหมักก็สามารถทำไปทำเป็นปุ๋ยต่อได้อีกด้วย แต่วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเผาขยะ ทั้งนี้ ภายในปีหน้า กทม.จะนำร่องทดลองใช้วิธีการหมักขยะขนาด 800 ตันที่อ่อนนุช

นอกจากนี้ กทม.พยายามส่งเสริมถังขยะรุ่นใหม่ที่มีระบบหมักในตัว สามารถใช้เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ได้ โดยได้ทดลองใช้ถังขนาด 200-400 ลิตร แล้ว จำนวน 50 ถัง ตาม โรงเรียน ชุมชน จุดสนใจ และอาสาสมัครในพื้นที่ กทม. สำหรับถังขยะดังกล่าวเป็นถังขยะที่มีระบบหมักแยกกากในตัว ผลิตที่ประเทศออสเตรเลียมีราคาประมาณถังละ 4-5 พันบาท

รองผู้ว่าฯ กทม. บอกอีกว่า นอกจากแผนการจัดการขยะภายใน 5 ปี ที่ กทม.ตั้งเป้าไว้แล้ว กทม.ยังตั้งเป้าหมายว่าใน 20 ปีข้างหน้า จะต้องลดการจัดการขยะมูลฝอยด้วยการฝังกลบจาก 95% ให้เหลือเป็น 45% และรณรงค์ไม่ใช้ถุงพลาสติก โฟม พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการจัดการขยะ ให้ความสำคัญในการคัดแยกขยะมากขึ้น

เพราะหากเราไม่สามารถลดปริมาณขยะได้ ก็ต้องหาวิธีการรองรับขยะที่เพิ่มขึ้น และอนาคตเราจะเปิดให้ภาคเอกชนมาร่วมในการจัดการบริหารขยะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เมื่อถามว่า ปัจจุบันมีการขายอาหารปรุงสำเร็จ โดยผู้ค้ามักจะใช้แก้วพลาสติก จาน ถ้วย ช้อน ส้อม ที่ทำจากพลาสติกและโฟม และได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างมาก จะเป็นจุดทำให้เพิ่มปริมาณขยะให้กับ กทม.มากขึ้นหรือไม่ รองจุมพล ตอบว่า ที่ผ่านมาปริมาณขยะยังคงที่ เนื่องจากที่ผ่านมาเราได้รณรงค์ให้ผู้ประกอบการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช เช่น ทำจากมันสำปะหลัง อ้อย แทนการใช้โฟม หรือพลาสติก เพื่อการย่อยสลายง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วัสดุที่ทำจากวัสดุธรรมชาติมีราคาที่สูงกว่า ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่ให้ความร่วมมือ.