"พ่อเมือง" ปลุกใจชาว "สมุทรสาคร" รวมพลังฝ่าวิกฤติโควิด-19 ชี้เราต้องเหนื่อยกับโรคร้ายที่ระบาดหนัก เพราะระลอกนี้หนักเกินคาด ขอให้ทุกคนเตรียมทำใจ ทางรอดสุดท้าย ถ้าไม่ไหวต้องสั่ง "ปิดจังหวัด" แนะเราต้องสามัคคีร่วมฟันฝ่า ยึดถือคำสั่ง ศบค. เคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด และเราจะไม่แพ้แน่นอน


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ก.ค.64 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนเตียงในโรงพยาบาลหลักที่มีอยู่ ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อแล้ว แม้แต่เตียงในโรงพยาบาลสนามก็ไม่พอเช่นกัน ดังนั้นการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์ห่วงใยคนสาคร ควบคู่ไปกับการปรับสร้างโรงพยาบาลสนามสีเหลือง และการสร้างศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน CI - Community Isolation เพื่อให้ทันต่อการรองรับผู้ป่วยในทุกระดับ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับทุกฝ่าย ที่จะร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 นี้ไปให้ได้

“ซึ่งสถานการณ์ของจังหวัดสมุทรสาครขณะนี้อยู่ในขั้นที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างมาก แม้ทางจังหวัดและอำเภอ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเร่งสร้างศูนย์ CI รองรับผู้ติดเชื้อได้กว่า 4,000 คน แต่ระบบบางอย่างไม่เรียบร้อย ทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามวันเวลาที่คาดการณ์ไว้ จึงยังคงมีผู้ติดเชื้อนอนรอเตียงอยู่ที่บ้านประมาณ 2,800 คน โดยสถานการณ์นี้รู้ดีว่าทุกคนเหนื่อย แต่ทุกคนต้องยอมเหนื่อยวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้นกว่าวันนี้ ยอมเหนื่อยวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้จะได้มีอนาคตที่ขึ้นกว่าเดิม แม้วันนี้ทุกคนอาจจะกำลังรู้สึกมืดมนว่าจะเดินไปทางไหนดี ดังนั้นในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเราต้องรักและสามัคคีช่วยเหลือกัน” ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในอนาคตบอกได้เลยว่าคนสมุทรสาครคงต้องเหนื่อยอย่างแน่นอน ทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคให้ร่วมกันฝ่าฟันอย่างแสนสาหัส จากที่เราเคยพูดว่า สมุทรสาครไม่แพ้แน่นอนนั้น วันนี้ต้องเพิ่มคำว่ารักและสามัคคีเข้าไปด้วย คือ คนสมุทรสาครต้องรักและสามัคคี จะไม่แพ้แน่นอน แล้วพวกเราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ แม้อาจจะช้าไปบ้างก็ตามที

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า การประกาศล็อกดาวน์ของ ศบค.และคำสั่งของจังหวัดสมุทรสาคร ที่ออกมาในวันนี้ อยากให้พี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรสาคร ยึดถือปฏิบัติร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องของการหยุดการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ หรือเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดนั้น อยากให้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ ไม่อยากให้ทำเพราะถูกบังคับ อยากให้ทุกคนใช้หัวใจพึงตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันถือปฏิบัติ เพราะหากทุกคนยังคงปล่อยปละละเลย ขาดความร่วมมือร่วมใจกัน แล้วสถานการณ์ยังคงมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวันนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การประกาศ “ปิดจังหวัด” ถ้าสิ่งนี้จะเป็นทางรอดสุดท้ายที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิต หรืออนาคตของพี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถ้าจำเป็นต้องทำถึงขั้นนั้นก็ต้องทำ จึงขอให้คนจังหวัดสมุทรสาครเตรียมใจไว้บ้าง เพราะวันนี้มาตรการที่เราบอกว่าเข้มข้นแล้วนั้น บอกได้เลยว่ายังไม่ถึงที่สุด ยังคงมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้อีก โดยสิ่งที่ทางจังหวัดและสาธารณสุขต้องการคือ การลดความเคลื่อนไหวของคนในพื้นที่สีแดงเข้มให้ได้มากที่สุด ถ้ามาตรการที่ประกาศออกมาในขณะนี้ ยังส่งผลทำให้เกิดการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นอยู่นั้น ต่อไปในอนาคตก็จำเป็นต้องประกาศล็อกดาวน์ทั้งเมือง.