ส.ส.พลังประชารัฐ ฝั่งธนบุรี เสนอให้มีการศึกษาเพื่อเพิ่มเส้นทางการเดินเรือจากฝั่งธนบุรีมายังฝั่งพระนครเพิ่มเติม หลังจาก กทม.เปิดทดลองให้บริการเดินเรือคลองบางกอกใหญ่ จากท่าเรือบางหว้า มายังท่าช้างฝั่งพระนคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 6 เดือน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.62 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเส้นทางเดินเรือเชื่อมโยงพื้นที่ธนบุรี-พระนคร ซึ่งการทดลองบริการเดินเรือได้เริ่มให้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2562 เป็นเวลา 6 เดือน เส้นทางเริ่มจากท่าเรือบางหว้า (คลองภาษีเจริญ) ถึงท่าเรือท่าช้าง (แม่น้ำเจ้าพระยา มี 5 ท่าเรือที่ให้บริการประกอบด้วย 1.ท่าเรือบางหว้า 2.ท่าเรือวัดอินทราราม 3.ท่าเรือสะพานพุทธ 4.ท่าเรือราชินี 5.ท่าเรือท่าช้าง ให้บริการวันจันทร์-อาทิตย์ เรือจะออกจากท่าเรือต้นทาง (ท่าเรือบางหว้า) ดังนี้ เวลา 06.00-09.00 น. เรือออกทุก 30 นาที, เวลา 09.00-15.00 น. เรือออกทุก 1 ชั่วโมง, เวลา 15.00-19.00 น. เรือออกทุก 30 นาที ส่วนท่าช้างให้บริการเที่ยวแรกเวลา 06.30น.

เส้นทางการเดินเรือเริ่มต้นจากท่าเรือบางหว้าคลองภาษีเจริญ เลี้ยวขวาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญเข้าสู่คลองบางกอกใหญ่ จอดรับส่งผู้โดยสารท่าเรือวัดอินทราราม จากนั้นผ่านประตูระบายน้ำคลองบางกอกใหญ่ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวขวาเพื่อไปจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือท่าเรือสะพานพุทธ จากนั้นแล่นเลียบฝั่งพระนครไปยังท่าเรือราชินี โดยท่าเรือนี้จะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสถานีสนามไชยที่จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ จากนั้นวิ่งไปสุดที่ท่าเรือท่าช้าง

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.เขต 30 บางกอกน้อย บางพลัด พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งร่วมในพิธีเปิดเผยว่า เส้นทางเดินเรือบางหว้า-ท่าช้าง เป็นเส้นทางแรกตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่หาเสียงไว้เรื่อง "ล้อ ราง เรือ" เป็นการแบ่งเบาภาระการจราจรบนท้องถนน ทำให้ประหยัดเวลาการเดินทาง ลดมลภาวะ ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์จำนวนมากกว่า 3 ล้านเที่ยวต่อวันเดินทางข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้ง 22 แห่ง ก่อให้เกิดปัญหาจราจรและกระทบคุณภาพชีวิตผู้คนจำนวนมาก

ในฐานะ ส.ส.พลังประชารัฐฝั่งธนบุรี เห็นว่าควรผลักดันให้มีการขยายเส้นทางเครือข่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงให้รัฐบาลและ กทม.ร่วมกันศึกษาเส้นทางเรือแบบนี้เพิ่มเติม “ฝั่งธนฯมีอัตลักษณ์สำคัญคือมีแม่น้ำลำคลองที่เป็นทางสัญจรตั้งแต่อดีต หากเรานำศักยภาพตรงนี้มาใช้ได้เต็มที่ จะประหยัดเวลาเดินทางข้ามฟากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก” นายจักรพันธ์ กล่าว.