“อรรถวิชช์” แนะรัฐฉีกวิธีคิด มองการนำผลไม้มาทำสุรา คือเกษตรแปรรูป ช่วยสร้างมูลค่าสินค้าท้องถิ่น ปลดล็อกสุราสี ลั่น ก.อุตสาหกรรม พร้อมร่วมมือภาคเอกชนสร้างมาตรฐาน ดันสุราชุมชนให้เติบโต
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านยุทธศาสตร์ กล่าวในการเสวนาหัวข้อการประกวดสุดยอดเหล้าขาว ครั้งแรกของโลก สร้างมาตรฐาน flavor wheel ครั้งแรกในไทย ภายในงานเมรัยไทยแลนด์ ที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ถึงประเด็นที่สุราไทยทำไมยังไม่สามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้ มองว่าเพราะถูกระบบผูกขาด รัฐบาลร่วมทุนผูกขาดกดมันเอาไว้ เลยไม่โต ในอดีตเราเจอปัญหาเยอะ ทำไมมีแต่เศรษฐีที่ผลิตเหล้าสีได้ ที่เหลือเลยทำได้แค่เหล้าขาว
ทั้งนี้ ถ้าไม่ฉีกวิธีคิด อุตสาหกรรมสุราจะไม่โต ตนเองเป็นผู้ร่างกฎหมายสุรารวมไทย หรือ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ .. พ.ศ. .... ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งไม่ใช่แนวคิดเดียวกับร่างกฎหมายของอดีตพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคประชาชนในปัจจุบัน โดยเราไม่ได้เปิดเสรี ต้องมีมาตรฐาน แต่จะไม่ใส่กรอบเรื่อง 3 หมื่นลิตร 9 หมื่นลิตร ไม่ได้จำกัดเฉพาะการมาจากข้าว อาจจะเป็นกล้วย สับปะรด ลำไย ผลไม้อื่นๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นบรั่นดีได้
...
นายอรรถวิชช์ ระบุต่อไปว่า การจะทำให้โต เนื่องจากที่ผ่านมาถูกกดไว้นาน เราเสรีสุดโต่งไม่ได้ ต้องมีมาตรฐาน กรมสรรพสามิต และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กฎหมายที่กำลังแก้ในสภา เราจะให้ทำสีได้ ให้โรงหมัก โรงกลั่นอยู่ด้วยกันได้ รายได้ในเมืองไทยกำลังจะเจอคู่แข่งสำคัญ รสชาติ เกษตรแปรรูป ไม่ได้ชวนมาหมัก แต่เรากำลังจะทำให้ผลไม้ท้องถิ่นขึ้นมามีราคา เป็นของดีที่เป็นบรั่นดีไทยได้ คนทุกคนทำได้ วันนี้มีแต่ความดีใจ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ภาครัฐเต็มใจเต็มที่ที่จะลุย
ในประเด็นว่าการประกวดเหล้าขาว จะมีส่วนช่วยหรือส่งเสริมสุราชุมชนได้อย่างไรบ้าง ภาครัฐจะมีส่วนช่วยอย่างไรได้นั้น นายอรรถวิชช์ มองว่า กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อม นโยบายเปลี่ยนไปแล้ว ตนเองได้พูดคุยกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คุยกันว่าต้องเปลี่ยนเรื่องเหล้า ตัดการใส่ฟิลเตอร์ 3 หมื่นลิตร 9 หมื่นลิตร เมื่อมีการกระจายจะเกิดการแข่งขัน เกิดการพัฒนา ที่ผ่านมาไม่เกิดการสนับสนุนนี้จากภาครัฐ พร้อมกับยอมรับความใจถึงของไทยรัฐและทีมงานที่จัดงานเมรัยไทยแลนด์ เราจะแก้กฎหมายให้ถึงที่สุด คืออุตสาหกรรมนำการเกษตร มันคือเกษตรแปรรูป
“สุราชุมชน เรารีดของจากเกษตรได้หมด เป็นการแปรรูปสินค้าเกษตร ไม่ได้ชวนมาเมา ชวนมาทำเหล้า แต่เรากำลังแปรรูปสินค้าเกษตร”
ถ้าเรามีเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องกฎกติกา ในเรื่องนี้จะแก้เสร็จเมื่อไหร่ นายอรรถวิชช์เผยว่า กฎหมายสรรพสามิตขณะนี้ผ่านสภาวาระ 1 (ขั้นรับหลักการ) แล้ว คาดว่ากลางปี 2568 กฎหมายจะเสร็จ ซึ่งในส่วนของร่างกฎหมายพรรครวมไทยสร้างชาติ เขียนชัดว่าแต่งสี แต่งกลิ่นได้ เราจะมีเอกลักษณ์แบบสุราไทย และหวังว่าปีหน้างานเมรัยจะมีการประกวดเหล้าสีเพิ่มขึ้นมา จะทำให้เกิดเศรษฐกิจแบ่งปัน แบ่งๆ กันรวย และอยากเห็นผู้ชนะในการประกวดของงานนี้ เชื่อว่ายี่ห้อนั้นจะเกิดได้แน่
ทางด้านคำถามว่าภาครัฐจะช่วยส่งเสริมต่อยอดงานประกวดเหล้าขาวครั้งแรกของไทยได้อย่างไรบ้าง นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีอยู่แล้วที่ร้านค้าสนามบิน ถ้าปีหน้าไทยรัฐทำงานนี้ ก.อุตสาหกรรม จะมาร่วมด้วย ขอฝากให้ใจแข็ง เพราะนี่จะเป็นการเซ็ตมาตรฐานใหม่ให้สุราไทย ถ้ามีมาตรฐานดีมองว่าไปได้เลย ถ้ายังไม่มีมาตรฐานก็ขอว่ายังไม่ต้องประกาศ ไปต่อที่ปีต่อไป ถ้าจัดประกวดเรื่อยๆ และหากภาครัฐลงมาร่วมด้วยมาตรฐานจะเกิด
นายอรรถวิชช์ ยังบอกด้วยว่า ถ้ามีภาคเอกชนนำภาครัฐสนับสนุนมันจะไปได้ จะได้ช่วยการกำหนดมาตรฐาน เกณฑ์การตัดสิน จะได้ทั้งความปลอดภัย คุณภาพ สุนทรียะ ขอให้ปีหน้าไปต่อ ซึ่งหลังจบงานนี้สามารถประสานมาได้ จะให้ สมอ. เอาเรื่องมาตรฐานมาคุยกัน ในส่วนของสุรามองว่าการรับรองคุณภาพโดยสมัครใจ (มาตรฐานทั่วไป) จะเป็นช่องทางได้ ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจ อีกทั้งอยากเห็นมาตรฐานการตัดสินเป็นไปด้วยความยุติธรรม ภาครัฐและเอกชนรวมกันให้เข้มแข็ง เราจะสร้างมาตรฐานใหม่ ส่วนการประกวดกรรมการต้องมีความมั่นคงและมาตรฐานในการเทสต์ ผลออกมาต้องไม่ค้านสายตา
“เกณฑ์ห้ามขายเหล้าบ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น เป็นเกณฑ์ตั้งแต่สมัยจอมพลถนอม (กิตติขจร) ห้ามข้าราชการกินตอนกลางวัน ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ทำไมไม่แก้เสียที เราพยายามจะช่วยปลดล็อกกฎหมายให้มากที่สุดในมุมของการเมือง”
ในช่วงท้าย นายอรรถวิชช์ ฝากไว้ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมในยุคนี้พร้อมให้การสนับสนุนคนตัวเล็ก อยากให้มองว่าคือการแปรรูปสินค้าเกษตร ยกระดับสินค้าเกษตรไปสู่ความยั่งยืน พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่างกฎหมายสุรารวมไทย เพื่อให้สุราไทยมีสี มีกลิ่น สร้างอัตลักษณ์พิเศษ ซึ่งการแปรรูปช่วยเพิ่มมูลค่า จะทำงานควบคู่กับสภา เพื่อให้กฎหมายออกมาในช่วงกลางปีหน้า ขอให้รอดูความเปลี่ยนแปลง และการปลดล็อกนี้จะช่วยกระจายรายได้สู่การทำเศรษฐกิจของการแบ่งปัน.