รมว.อุตสาหกรรม เอาจริงสั่งปิด “โรงงานซิน เคอ หยวน” พบบกพร่องหลายจุดจนเกิดเหตุระเบิด ส่อโดนฟันมาตรฐานเพิ่มเติม เข้มถ้าไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้นก็ไม่ต้องเปิด ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลยอมรับความคิดต่าง มั่นใจไม่กระทบเอกภาพรัฐบาล
วันที่ 19 ธ.ค. 2567 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายใน บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จากการรั่วไหลของถังก๊าซ LPG ขนาด 110,000 ลิตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 5 คน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 67 ว่า ได้ส่งชุดตรวจการสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม, นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายนนทิชัย ลิขิตาภรณ์ ผอ.กองตรวจการมาตรฐาน 1, เจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด มีการเคลื่อนย้ายถังก๊าซ LPG โดยไม่แจ้งขออนุญาตจากสำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง ซึ่งในส่วนนี้สำนักงานพลังงานจังหวัดระยองได้สั่งระงับไม่ให้ใช้งานภายในบริเวณถังก๊าซที่เกิดเหตุ สั่งห้ามนำถังก๊าซที่เกิดเหตุกลับมาใช้ใหม่ และต้องแก้ไขพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุให้กลับอยู่สภาพเดิมตามที่เคยขออนุญาตไว้ โดยต้องมีวิศวกรควบคุม พร้อมปรับเงินจำนวน 5 หมื่นบาท ในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้สั่งให้ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในทั้งหมด, ตรวจสอบสภาพถังก๊าซให้เป็นไปตามมาตรฐานทั้งโรงงาน, ตรวจสอบสภาพอาคารภายในโรงงานทั้งหมดว่าแข็งแรงปลอดภัยหรือไม่
...
“อุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้สั่งให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด หยุดประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 30 วัน และต้องแก้ไขตามข้อสั่งการ รวมถึงแก้ไขสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานทั้งหมด โดยต้องมีวิศวกรเฉพาะด้านรับรอง และแจ้งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองร่วมตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยก่อนจึงจะพิจารณาอนุญาตให้ประกอบกิจการอีกครั้ง” นายเอกนัฏ กล่าว
เข้มถ้าไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้นไม่ต้องเปิด
ต่อมาเมื่อเวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ครั้งนี้ตนได้ให้สัญญาณไปว่าขอให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวด และถ้าไม่มีการปรับปรุงหรือทำให้ดีขึ้นก็ไม่ต้องเปิด ซึ่งเย็นวันนี้ตนได้รับรายงานว่าผลตรวจเป็นอย่างไร ทั้ง 2 โรงงาน เป็นโรงงานผลิตเหล็กและเราก็ได้เห็นว่าเหล็กด้อยคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานทะลักออกมาท่วมตลาด ซึ่งทำให้รบกวนผู้ผลิตเหล็กในบ้านเรา โดยก่อนหน้านี้ ตนได้ออกไปตรวจจับเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เหล็กเบา มีมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ก็ได้จับกุมทั้งหมด
พรรคร่วมรัฐบาลยอมรับความคิดต่าง มั่นใจไม่กระทบเอกภาพรัฐบาล
นอกจากนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมรัฐบาลโหวตแตกต่างร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า สส. พรรครทสช. โหวตเป็นไปตามมติวิปรัฐบาล เพียงแต่ว่าหัวหน้าพรรคและสส.พรรครทสช.หลายท่านติดภารกิจช่วยน้ำท่วมอยู่ที่ภาคใต้ ซึ่งบังเอิญว่าช่วงนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยหนัก หัวหน้าและสส.ชุมพร นครศรีธรรมราชและจ.สุราษฎร์ธานี ติดอยู่ในพื้นที่ ซึ่ง 3 จังหวัดนี้ก็เกินครึ่งพรรคแล้ว ซึ่งเราได้แจ้งเรื่องนี้ขออภัยทางวิปรัฐบาลแล้ว ทั้งนี้ ก็ได้มีการเช็คเสียงก็โอเคแล้ว ก็ได้ขอสส.ช่วยในพื้นที่ก่อน
เมื่อถามว่า มติที่ให้กลับมาเป็นประชามติชั้นเดียวจะส่งผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนี้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับพรรครทสช.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่นโยบายของเรา ซึ่งเราทำเรื่องอื่น แต่เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการตกลงร่วมกันกับรัฐบาล คนที่เสนอเป็นหลักคือพรรคเพื่อไทย (พท.) ตรงนี้ก็อยู่ที่พรรคพท.ซึ่งเรา มีเงื่อนไขชัดเจนในการร่วมรัฐบาลแต่แรก ในเรื่องของมาตรา 112 ห้ามแตะโดยเด็ดขาด อย่างเรื่องนิรโทษกรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นข่าวดีที่พรรคพท. เอาเรื่องมาตรา 112 และยืนยันว่าจะไม่ใส่เข้าไปในกฎหมายนิรโทษกรรม ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็ให้เงื่อนไขว่าจะแก้อย่างไรก็แล้ว แต่จะต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ทั้งนี้ ส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ นี่คือเงื่อนไขของพรรครทสช.ในการเข้าร่วมรัฐบาล
นายเอกนัฏ กล่าวว่า จนถึงวันนี้ก็เห็นแล้วว่าพรรคพท.ได้ให้ความสำคัญกับเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งกระบวนการต่างๆ ก็ดูในรายละเอียดแล้วไม่มีการแตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่ไปกระทบต่อมาตรฐานการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ ส่วนจะเร็วจะช้า ก็ไม่ใช่นโยบายของพรรครทสช.
เมื่อถามว่า ในความเห็นส่วนตัวและพรรครทสช.เห็นด้วยหรือไม่ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องทำประชามติก่อน นายเอกนัฏ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่พิเศษกว่ารัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ คือผ่านการทำประชามติ ใครจะว่าอะไร สภาพบรรยากาศเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ก็มีการทำประชามติ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องมีการทำประชามติก็แค่นั้นเอง
เมื่อถามว่า ในส่วนของงานสภาขณะนี้จะกระทบต่อเอกภาพรัฐบาลหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่ ตนว่าวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคก็ยอมรับความคิดที่แตกต่างกันออกไป ตนก็เข้าใจว่าบางเรื่อง กฎหมายบางฉบับก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งกันและกัน ก็จะอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร