“สมศักดิ์” รมว.สาธารณสุข เตรียมส่งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะภัยพิบัติ ช่วยผู้ประสบภัยตามเมียนมา ตามที่ร้องขอ

วันที่ 2 เมษายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 4/2568 โดยมี นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้บริหารระดับสูงร่วมประชุม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ขอขอบคุณบุคลากร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนที่ทุ่มเทเสียสละดูแลประชาชน ผู้ป่วย ผู้ประสบเหตุอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุอาคารถล่มที่รวดเร็ว โดยขณะนี้ทีม MERT (Medical Emergency Response Team) ของกรมการแพทย์ ได้ส่งมอบภารกิจให้กับกรุงเทพมหานครดำเนินการต่อแล้ว แต่ทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ยังคงภารกิจด้านการเยียวยาจิตใจต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่เกิดเหตุ สถาบันนิติเวชวิทยา ภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิต และผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 รวมถึงเตรียมแพทย์นิติเวช 30 คน ไว้สนับสนุนเมื่อได้รับการร้องขอด้วย

ล่าสุด ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศว่าสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แจ้งขอรับการสนับสนุนทีมแพทย์ไปปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เมืองเนปิดอร์และมัณฑะเลย์ ซึ่งได้รับความเสียหายหนัก โดยจะส่งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะภัยพิบัติ (Emergency Medical Team : EMT) จากทุกเขตสุขภาพหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ ครั้งละ 2 ทีม รวม 80 คน เข้าพื้นที่ผลัดละ 1 สัปดาห์ เป็นเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ มีทีม EMT ของกรมการแพทย์ ซึ่งเป็นทีมที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกเป็นพี่เลี้ยง และมอบหมายให้ นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมวันนี้มีความคืบหน้าการดำเนินงานสำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนโครงการคนไทยห่างไกล NCDs เป็นวาระแห่งชาติ ได้ขอความคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากหน่วยงานภายนอกและปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) โดยมีเป้าหมาย คือ ลดผู้ป่วย NCDs ลดอัตราการตายจากโรค NCDs และลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ จะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเมษายนนี้, โครงการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่เฉพาะหรือพื้นที่ห่างไกลที่มีความขาดแคลน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งคาดว่าเดือนมิถุนายน 2568 บุคลากรการแพทย์จะเริ่มไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความขาดแคลนได้, แผนการพัฒนาระบบบริการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Robotic Surgery เป็นต้น