“ณัฐพงษ์” ประกาศมีเราไม่มีเทา โอ่กวาดเพิ่ม 100 เขต เชื่อ รัฐบาลบริหารจัดการโรดแมปยุบสภาได้ ติงนายกฯ จัดการปัญหาสแกมเมอร์เบาและช้าไป ย้ำ ไม่มีเหตุผลยับยั้งดาบ 151 ถ้ากระบวนการแก้รัฐธรรมนูญล่ม


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรม ดิ ไอเดิล โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จ.ปทุมธานี มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาชน (ปชน.) โดยมีกรรมการบริหาร สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่ง ว่า โรดแมปเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า ฐานรากตอนนี้เรามีแล้ว คือเรื่องของนโยบาย เตรียมทีมบริหาร นอกจากเปิดตัวผู้สมัคร สส.เขต และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ยังเปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและชุดนโยบาย การเปิดโฉมหน้าของชุดบริหาร ว่าที่รัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของกลยุทธ์ที่จะเอาชนะการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการรักษาเขตเดิมและเพิ่มเติมอีก 100 เขต ทั้ง 4 ค. ของพวกเรา ได้แก่ คู่แข่ง คะแนน เครือข่าย และแคนดิเดต สุดท้ายคือการเพิ่มคะแนนนิยมระดับชาติ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานในเชิงความคิด พื้นที่ของลูกพรรคทุกคน สำหรับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดใหม่ ในนามของพรรคประชาชน คิดว่าคือ มีเรา ไม่มีเทา มีเรา มีเศรษฐกิจใหม่ มีเรา ประเทศไทยมีอนาคต มีเรา มีประชาธิปไตย และมีเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป

...


นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งนี้เรื่องของทีมบริหารได้มีการทาบทามไว้หลายคนแล้ว สำหรับว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ซึ่งจะมีการเปิดตัวภายหลังจากที่มีการยุบสภาฯ เมื่อถามต่อไปว่าหากโรดแมปการยุบสภาฯ ต้องเปลี่ยนแปลงไป มีการเตรียมพร้อมรับมือหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบว่า มีการประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือไว้อยู่แล้ว และต้องรอดูสถานการณ์ในอนาคต

ส่วนคำถามว่าจะเป็นการบิดต่อ MOA หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุ ตนเชื่อว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ ในคำถามนี้คงจะหมายถึงในกรณีการเสด็จสวรรคตที่ประชาชนทุกคนรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ ทางรัฐบาลสามารถแยกการบริหารจัดการได้อยู่แล้ว จะมีการไว้ทุกข์และจัดงานพระราชพิธีต่างๆ ให้เป็นไปโดยความมีระเบียบเรียบร้อย รวมถึงเรื่องกระบวนการการเดินหน้าเลือกตั้งและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการในสภาฯ ตนคิดว่าไม่น่าเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลสามารถทำได้ทั้ง 2 ส่วน

สำหรับเรื่องการทำงานของรัฐบาลถือว่ามีความจริงใจในเรื่องการแก้ปัญหาสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ คิดว่าเบาและช้าไป ไม่ได้จริงจังมากเพียงพอ ขอส่งข้อเรียกร้องว่าไทยสามารถที่จะแสดงบทบาทต่างๆ เหล่านี้ได้ คือในเรื่องเจตจำนงที่ชัดเจนของนายกรัฐมนตรี การลงมือทำอย่างแข็งขันและจริงจัง ประชาชนต้องการตอนนี้คือรัฐบาลที่บริหารประเทศทุกอย่างตรงไปตรงมา ข้อกล่าวหา เช่น เรื่องของรองนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายเส้นเงินต่างๆ เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ อยากให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องรอ ให้ลาออกเอง

ทางด้านปัญหาสแกมเมอร์ที่โยงไปถึงคนในรัฐบาล จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ตนอาจพูดเป็นเงื่อนไขได้ชัดในวันนี้ คือเมื่อไรที่กระบวนการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกล้มลง ตอนนั้นไม่มีเหตุผลใดๆ ที่เราจะยั้งในเรื่องของการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 151 รัฐบาลอีกต่อไป ขณะที่ปัญหาอื่นๆ เราก็ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้มีความสำคัญน้อยกว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกปัญหามีความสำคัญเท่ากัน เพียงแต่ข้อตกลงตาม MOA ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ อย่างที่ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่ว่าเราจะเลือกตั้งไปอีกสักกี่ครั้ง หากเราไม่เปลี่ยนกติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปไกลกว่านี้ไม่ได้.