เปิดประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” เสียงโหวตท่วมท้น ให้นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า และเชื่อมรอยต่อระหว่างคนหลายรุ่นในพรรค


วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2568 เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากหัวหน้าพรรค ผลปรากฏว่า ในที่ประชุมได้มีมติเลือก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ด้วยคะแนน 354 เสียง มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 15 เสียง จากผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 369 คน


ประวัติ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”

สำหรับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีชื่อเล่น “หนิม” เกิดวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2518 ปัจจุบันอายุ 50 ปี เป็นบุตรชายของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับนางเพ็ชรี (เตชะไพบูลย์) อมรวิวัฒน์ โดยบิดาเพิ่งประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะน้อยใจเหตุถูกล้วงลูก


ส่วนการศึกษา นายจุลพันธ์ เรียนจบ ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาโท การบริหารธุรกิจ (MBA) วิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา ได้สมรสกับ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หรือ ยิ้ม เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยเช่นเดียวกัน

ซึ่ง น.ส.วิสาระดี ยังเป็นบุตรสาวของนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทยอีกด้วย โดย น.ส.วิสาระดี เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตนเองและนายจุลพันธ์ อายุห่างกันถึง 6 ปี ตอนแรกไม่ได้สนใจ เพราะมองว่าเป็นลูกน้องของพ่อวิสาร สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย แต่พ่อและแม่บอกว่าเขาเป็นคนดีเลยเปิดใจ ปัจจุบันมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชื่อน้องนัชชา

...


เส้นทางสู่การเมือง นายจุลพันธ์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็น สส.เชียงใหม่ สมัยแรกในนามพรรคไทยรักไทย เมื่อปี พ.ศ. 2548 เมื่อพรรคถูกยุบก็ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยตามลำดับ และได้รับเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่องรวมเป็น 5 สมัย ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วย มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงถูกไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ทั้งในสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้ทำหน้าที่สำคัญคือ เป็นประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท กระทั่งเมื่อเข้าสู่การผลัดใบของพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่


ซึ่งนายจุลพันธ์ ยังถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ของทางพรรคเพื่อไทยด้วย ภารกิจหลังจากเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ต่อจากนี้ คือ ต้องเป็นคนที่สามารถเชื่อมรอยต่อระหว่างคนหลายรุ่นได้ รวมถึงเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ต้องทำรวมถึงภารกิจในสภาผู้แทนราษฎร