“ภราดร” ย้อน “จุลพันธ์” ใครเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญกันแน่ ดูบันทึกการประชุมได้ ยันภูมิใจไทยไม่มีใครขวาง พร้อมดันชงเปิดวิสามัญ รอ กมธ. พิจารณาเสร็จก่อนเปิดการประชุมสมัยสามัญ 12 ธ.ค.


วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวถึงกรณี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า บรรยากาศ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปอย่างช้าๆ และโอกาสที่จะผ่านวาระ 3 มีน้อยมาก ว่า นั่นคือเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่จะให้ไม่ผ่าน อยากให้ไปดูบันทึกรายงานการประชุม คนที่ถกเถียงและพูดเยอะที่สุดคือพรรคอะไร จริงๆ เรื่องมันจบตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว สัปดาห์แรกผ่านไปด้วยดี พอสัปดาห์ที่ 2 มีความพยายามบางอย่าง หากไปดูบันทึกการประชุมก็จะทราบว่าใครที่พยายามจะเตะถ่วงหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ

“ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีใครขวางและถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ พวกตนมีแต่ผลักดันและเสนอจะให้แก้รัฐธรรมนูญต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ส่วนที่พูดอยากให้เปิดเดือนพฤศจิกายน ยอมรับว่า กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำไม่ทัน และผมก็ไล่ไทม์ไลน์ หากจะเปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้แก้รัฐธรรมนูญทันในสิ้นปีนี้ต้องอยู่ในวันที่ 8-11 ธันวาคม ซึ่งได้เสนอและบอกไทม์ไลน์กับทุกคนไว้หมดแล้ว”

ส่วนขั้นตอนการเปิดสมัยวิสามัญ นายภราดร ระบุว่า ประธานรัฐสภาจะต้องแจ้งมาที่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้เปิดการประชุมสมัยวิสามัญ แต่ก่อนไปถึงขั้นตอนนั้นอยู่ที่ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะพิจารณารัฐธรรมนูญเสร็จหรือไม่ เพราะหากทำไม่เสร็จก่อนเปิดการประชุมสมัยสามัญในวันที่ 12 ธันวาคม ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเปิดสมัยวิสามัญ ดังนั้น กมธ. ควรต้องทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม หากเสร็จตามกรอบเวลาดังกล่าวก็เสนอให้ประธานรัฐสภาแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อเปิดการประชุมสมัยวิสามัญได้

...

นายภราดร กล่าวอีกว่า เมื่อดูกรอบการทำงานของ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะเสร็จทัน ถ้าไม่มีใครพยายามเตะถ่วง หรือพูดไม่รู้จบ พูดเรื่องเก่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่จบเพราะพูดเรื่องเก่า เมื่อถามอีกว่าในวันที่ 12 พฤศจิกายน จะมีการเรียกประชุมเพื่อลงมติเกี่ยวกับองค์กรในการจัดทำรัฐธรรมนูญ จะได้ข้อยุติหรือไม่ นายภราดร ตอบว่า ตนคิดว่าต้องทำให้จบภายในสัปดาห์นี้.