นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเซ็น MOU ผนึก 14 หน่วยงานปราบสแกมเมอร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล 6 พ.ย. ขณะที่ไซเบอร์ 5 ร่วม กสทช.ล้ม 3 เสาสัญญาณเอื้อแก๊งคอลเซ้นเตอร์ ที่ จ.นราธิวาส ชายแดนไทย-มาเลเซีย “อัจฉริยะ” จี้ กมธ. สอบนักการเมืองเอี่ยวเว็บพนัน “โรม” รับเรื่องพร้อมเผยนับจากแผนผัง นักการเมืองอาจเอี่ยวเกิน 7 คน ด้าน 4 องค์กรตำรวจยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เอาผิด “บิ๊กโจ๊ก-อัจฉริยะ” กล่าวหาองค์กรตำรวจเป็นอาชญากรรมใหญ่สุดในประเทศ ส่วนโฆษก ตร.ระบุ ผบ.ตร.ไม่ออกมาตอบโต้แต่ให้พิสูจน์จากผลงานแทนกรณีรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยกระดับปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมยืนยันทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องจะทำด้วยความเด็ดขาดและเข้มงวด ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังระส่ำเพราะ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ออกมาขย่มองค์กรรายวันโดยระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วล่าสุดวันที่ 5 พ.ย. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 6 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จะเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) ของ 14 หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 สั่งการ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ กสทช. เปิดปฏิบัติการล้มเสาสัญญาณชายแดนไทย-มาเลเซีย 3 จุดใน จ.นราธิวาส เพื่อไม่ให้กลุ่มสแกมเมอร์นำมาใช้เป็นอุปกรณ์โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายและปิดช่องการใช้อุปกรณ์สื่อสารจากประเทศเพื่อนบ้าน พบเสาสัญญาณโทรศัพท์ ต้นที่ 1 อยู่ถนนเจริญเขต ซอย 5 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก เสาต้นที่ 2 ตั้งอยู่ ต.บูเก๊ะตา อ.แว้ง และเสาต้นที่ 3 ตั้งอยู่บ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ทั้ง 3 จุดมีสายอากาศบางส่วนหันทิศทางส่งสัญญาณและความแรงข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แจ้งเตือนให้เร่งรัดปรับลดกำลังส่ง ปรับมุมเอียงของสายอากาศ และกำหนดระยะการให้บริการโดยใช้เทคนิคจำกัดรัศมีการให้บริการไม่ให้สัญญาณข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ให้แล้วเสร็จใน 7 วัน หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการตามกฎหมายส่วนความเคลื่อนไหวเรื่องสแกมเมอร์ที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองและข้าราชการโดยเฉพาะตำรวจไทย เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นเรื่องต่อนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ความมั่นคง) ให้ตรวจสอบนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกที่เกี่ยวข้องเว็บพนันออนไลน์ เส้นเงินยาเสพติด การรับสินบนตำรวจ ข้าราชการท้องถิ่น และฝ่ายการเมือง มูลค่า 2,500 ล้านบาท และการล้มคดีเว็บพนันออนไลน์หรือไม่ ทั้งนี้ นายอัจฉริยะได้โชว์แผนผังที่อ้างว่าเป็นเส้นเงินบัญชีม้าประกอบขณะที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีโอกาสเรียกนายชนนพัฒฐ์มาชี้แจง แต่ไม่รู้จะเดินตามรอย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ไม่เคยมาชี้แจงเลยหรือไม่ ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ต้องการรังแกใคร เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลชี้แจงว่าไม่พบนักการเมืองเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ นายรังสิมันต์ตอบว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลมี 7 รายชื่อแล้วหรือไม่ 2.ที่ตรวจสอบว่าไม่พบ หากย้อนไป 5 ปีที่แล้วก็ไม่พบชื่อก๊กอาน และก่อนหน้านี้ถ้าไปตรวจสอบก็ไม่พบชื่อลี ยงพัด แต่วันนี้กลับเจอข้อมูลต่างๆที่เข้ามา ส่อว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นกระบวนการทางกฎหมายจะเดินได้อย่างไร ข้อมูลนายอัจฉริยะที่นำมายื่น หากนับรวมกันอาจเกิน 7 คน เชื่อว่าหากไล่กันมากกว่านี้ อาจมีชื่อมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในแผนผังของนายอัจฉริยะ ดังนั้นการที่รัฐบาลบอกว่ายังไม่เจอเป็นการรีบสรุปเกินไปแล้วออกมาพูดแบบนี้ต้องการอะไรวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 4 สมาคมตำรวจ ประกอบด้วยสมาคมตำรวจ, สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, ชมรมพนักงานสอบสวนและชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ นำโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง และ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรียกร้องให้ดำเนินการทางวินัยและอาญา กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวหาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีตำรวจเกี่ยวข้องหลายร้อยนาย สร้างความเสียหายกระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างร้ายแรงพล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวชี้แจงถึงกรณีเรียกร้องให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐออกมาชี้แจงและตอบโต้ในเรื่องดังกล่าวในฐานะผู้นำหน่วยว่า การออกมาตอบโต้มีหลายวิธีแต่วิธีที่ ผบ.ตร.ทำคือการตอบโต้ด้วยการทำงานมีผลการจับกุมสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นวิธีที่ทำให้ประชาชนเห็นผลงานมากกว่า ยืนยันว่าขณะนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่กล่าวหาใส่ร้ายองค์กรตำรวจโดยปราศจากหลักฐานอย่างเด็ดขาด เพราะการกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนมีกระบวนการทำงานอยู่แล้วด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เผยว่า กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. พาดพิงถึงบทสัมภาษณ์ของตนผ่านในรายการหนึ่ง อดีตรอง ผบ.ตร.ได้ด้อยค่าตำรวจกว่า 2 แสนนาย ด้วยการระบุว่าแก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดคือตำรวจว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็น เนื่องจากจะเข้าใจอย่างไรเป็นเรื่องการรับฟังของแต่ละคน และไม่เคยได้รับข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับกรณีที่ได้กล่าวหาว่าตนเคยรับผลประโยชน์ขณะเป็น ผบช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ ยืนยันว่า หากมีผู้ใต้บังคับบัญชารับผลประโยชน์ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดพล.ต.ท.ไตรรงค์ยอมรับด้วยว่า เป็นความจริงที่เคยเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการตำรวจ PCT 4 (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) และจับกุมเครือข่ายเว็บพนันมินนี่ นำไปสู่การขยายผลจับกุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้ง เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่ทราบเรื่องความแค้นส่วนตัว พร้อมระบุถึงความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มี 3 ข้อ 1.เป็นพี่น้องร่วมสถาบันโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 2.ร่วมรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3.เป็นทีมตำรวจที่ดำเนินคดีจับกุมและสืบสวนขยายผลไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการ และถูกไล่ออกจากราชการสำหรับกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ระบุว่า พนักงานสอบสวนชุดทำคดีของนักการเมืองคนหนึ่งใน จ.สงขลา พัวพันกับการพนันออนไลน์ และไม่นำหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเข้าสู่สำนวนจนทำให้นักการเมืองคนนั้นรอดคดี พล.ต.ท.ไตรรงค์ยืนยันว่า ชุดสืบสวนจับกุมไม่ได้มีการกลับคำให้การ สำนักงานจเรตำรวจ ตั้งคณะ กรรมการและเรียกสอบถามข้อเท็จจริงจนสิ้นสุด ไม่มีกรณีที่ตำรวจช่วยผู้ต้องหาพ้นจากการกระทำความผิด ส่วนกรณีที่หลักฐานของนายอัจฉริยะไม่ถูกนำไปประกอบสำนวนส่งให้กับอัยการจนเป็นเหตุให้สั่งไม่ฟ้องนั้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง หากพบพนักงานสอบสวนหรือตำรวจบกพร่องหรือไม่นำหลักฐานเข้าสู่สำนวน จะต้องถูกเอาผิดทั้งอาญาและวินัยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่