นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ระบุถึงการยิงทดสอบขีปนาวุธรุ่นใหม่ 2 ลูกเมื่อช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดี 25 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น คือ “คำเตือนอย่างจริงจัง” ถึง “เกาหลีใต้ผู้กระหายสงคราม” ทั้งระบุเกาหลีเหนือถูกบีบบังคับให้ต้องพัฒนาอาวุธเพื่อใช้ “กำจัดภัยคุกคามโดยตรง” นำไปสู่การพัฒนาระบบอาวุธนำวิถีรูปแบบใหม่ผู้นำเกาหลีเหนือระบุอีกว่า เกาหลีใต้ไม่ควรปฏิเสธการเตือนจากเกาหลีเหนือ ทั้งอ้างถึงระบบขีปนาวุธรุ่นใหม่ของเกาหลีเหนือไม่ง่ายนักที่จะป้องกันการโจมตี ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยยิงระยะใกล้ 2 ลูก จากเมืองวอนซาน แถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศไปตกลงกลางทะเลญี่ปุ่น หรือทะเลตะวันออก ขีปนาวุธลูกหนึ่งพิสัยยิงระยะราว 690 กม. แต่ไม่ชัดว่านายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ควบคุมการยิงขีปนาวุธชุดนี้เองหรือไม่การยิงขีปนาวุธ 2 ลูกดังกล่าว ถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งแรกนับแต่นายคิมพบหารือกะทันหันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่เขตปลอดทหาร (DMZ) กั้นพรมแดนสองเกาหลีเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจต่อแผนซ้อมรบประจำปีของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ในช่วงเดือนหน้า โดยเตือนเรื่องซ้อมรบอาจกระทบกระบวนการฟื้นการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือย้ำมาตลอดเรื่องการซ้อมรบของสหรัฐฯกับเกาหลีใต้เสมือนการยั่วยุและเตรียมรุกรานเกาหลีเหนืออย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้เรียกร้องเกาหลีเหนือให้ยุติพฤติกรรมทดสอบขีปนาวุธ เพราะไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีผ่อนคลายลง ส่วน รมว.กลาโหมของญี่ปุ่นระบุการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือไม่ถึงน่านน้ำญี่ปุ่นและไม่กระทบความมั่นคงของญี่ปุ่น ขณะที่นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุถึงการทดสอบขีปนาวุธครั้งใหม่ของเกาหลีเหนือเป็นเพียงยุทธวิธีเรียกร้องเจรจาข้อพิพาท ส่วนนักวิเคราะห์สถานการณ์มองว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีใต้.