สภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ได้เผยแพร่ ผลการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันโลกปี 2562 2019 Global Competitiveness Report เมื่อวันอังคาร ปรากฏว่า อันดับประเทศไทยร่วง จาก อันดับที่ 38 เมื่อปีที่แล้วไปอยู่ อันดับที่ 40 จาก 141 ประเทศทั่วโลก แต่ได้คะแนนดีขึ้นจาก 67.5 เป็น 68.1 ขณะที่ เวียดนาม เพื่อนบ้านคู่แข่งไทย ทำคะแนนพุ่งปรี๊ดเพิ่มขึ้นไป 35 คะแนน ทำให้ อันดับการแข่งขันของเวียดนามขยับขึ้นไปถึง 10 อันดับ จากอันดับที่ 77 ปีที่แล้ว ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 67 ในปีนี้ อีกไม่กี่ปีคงทิ้งประเทศไทยไว้ข้างหลัง ถ้ายังบริหารประเทศกันแบบนี้ไปดู 10 ประเทศแรกที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงที่สุดในโลกปี 2019 กันเสียหน่อยนะครับ แต่ละประเทศทำคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 กันทั้งนั้นอันดับ 1 สิงคโปร์ 84.8 คะแนน ปีนี้แซง สหรัฐฯ ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วย คะแนน อันดับ 1 หลายด้าน เช่น ด้านสาธารณะ, คุณภาพแรงงาน, โครงสร้างพื้นฐาน, อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น เด็กสิงคโปร์ที่เกิดวันนี้จะมีอายุขัยเฉลี่ย 74 ปี ส่วน สหรัฐอเมริกา ยุค ประธานาธิบดีทรัมป์ ปีนี้หล่นลงไปอยู่ อันดับ 2 ด้วยคะแนน 83.7 ลดจาก 85.6 ผลจากการตั้งกำแพงภาษีและทำสงครามการค้า ที่น่าแปลกก็คือ digital skills ทักษะดิจิทัลของชาวอเมริกันลดลง อายุขัยเฉลี่ยชาวอเมริกันก็ลดลง จนมีอายุสั้นกว่าคนจีน อายุขัยเฉลี่ยของชาวอเมริกันอยู่ที่ 66 ปี อายุขัยเฉลี่ยของชาวจีนอยู่ที่ 68 ปี อันดับ 3 ฮ่องกง ขยับขึ้นมา 4 อันดับ เป็นข้อมูลก่อนมีการประท้วงรุนแรง ปีหน้าอันดับคงร่วงแน่นอน อันดับ 4 เนเธอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 2 อันดับ อันดับ 5 สวิตเซอร์แลนด์ ลดลง 1 อันดับ อันดับ 6 ญี่ปุ่น ลดลง 1 อันดับ อันดับ 7 เยอรมนี ลดลง 4 อันดับ อันดับ 8 สวีเดน เพิ่มขึ้น 1 อันดับ อันดับ 9 อังกฤษ ลดลง 1 อันดับ อันดับ 10 เดนมาร์ก เท่าเดิมผศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯ พันธมิตร WEF ในไทย แถลงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของประเทศไทยในปีนี้ว่ามิติที่ 1 สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย (Enabling Environment) ไทยได้ 273 คะแนน จาก 400 คะแนน เช่น ด้านสภาพแวดล้อมของหน่วยงาน (รวมทั้งกฎหมาย) อันดับหล่นจาก 60 ไปอยู่ 67 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน อันดับหล่นจาก 60 ไปอยู่ 71 สาเหตุที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของไทยแย่ลง เกิดจากความหนาแน่นของระบบทางรถไฟ และ ความมีประสิทธิภาพของการให้บริการรถไฟ (แปลไทยก็คือ มีระบบเยอะแต่ไม่มีประสิทธิภาพ) ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อันดับดีขึ้นจาก 64 เป็น 62 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ก็ดีขึ้นจากอันดับ 48 เป็น 43 เนื่องจากไทยควบคุมเงินเฟ้อได้ดีมิติที่ 2 ทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) ไทยได้ 151 คะแนนจาก 200 คะแนน ด้านสาธารณสุข (Health) ดีขึ้นจากอันดับ 42 เป็น 38 ด้านทักษะ (skills) ลดลงจากอันดับ 66 เป็น 73 สาเหตุหลักที่ทำให้ทักษะคนไทยลดลง เกิดจาก ผู้สำเร็จการศึกษาแย่ลง และ การสอนให้คิดเชิงวิพากษ์ที่ยังทำได้ไม่ดีนัก (การศึกษาแย่แถมห้ามคิดห้ามวิพากษ์วิจารณ์อีก)มิติที่ 3 ตลาด (Markets) ไทยได้ 277 คะแนนจาก 400 คะแนน ด้านการแข่งขันในประเทศ ดีขึ้นจากอันดับ 92 เป็น 84 ด้านตลาดแรงงาน ลดลงจากอันดับ 44 เป็น 46 ขณะที่เพื่อนบ้านไทย เวียดนาม ลาว บรูไน กลับเติบโตสูง ด้านระบบการเงิน (Financial System) ลดลงจากอันดับ 14 เป็น 16 ด้านขนาดของตลาด (Market Size) อยู่อันดับ 18 เท่าเดิมมิติที่ 4 ระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ไทยได้ 116 คะแนนจาก 200 คะแนน ด้านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ดีขึ้นจากอันดับ 23 เป็น 21 ด้านความสามารถทางนวัตกรรม (Innovation Capability) ดีขึ้นนิดหน่อยจากอันดับ 51 เป็น 50รายงาน WEF ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่ในโลก ถูกล็อกด้วยวงจรการผลิตที่ไม่มีการเติบโตหรือเติบโตต่ำ ประเทศที่มีการลงทุนในปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน คือ ด้านทรัพยากรมนุษย์ ด้านกฎหมาย ด้านนวัตกรรม ด้านการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ จะเป็น ประเทศที่สามารถรับมือกับเศรษฐกิจโลกขาลงได้ แต่ทุกวันนี้เราอ่อนแอทั้ง 4 ด้าน ก็ยังไม่รู้จะรับมือกับเศรษฐกิจโลกขาลงในปีหน้าได้อย่างไร ตัวใครตัวมันก็แล้ว กันนะครับ ผมก็ทำหน้าที่สื่อเก็บมาเล่าสู่กันฟัง จะได้เตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ.ลม เปลี่ยนทิศ