ผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัย ชิคาโก แห่งสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ ตอกย้ำถึงความอันตรายต่อมนุษย์ เพียงแค่ “หายใจ” ก็สร้างพิษภัยต่อสุขภาพได้ “มากกว่า” การสูบบุหรี่หรือดื่ม แอลกอฮอล์เสียอีกสถาบันนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัย ชิคาโก เผยรายงานดัชนีคุณภาพอากาศประจำ ปี Air Quality Life Index (AQLI) ฉบับใหม่ ที่ระบุว่า มลพิษทางอากาศซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไหลเวียนในระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ทำลายปอด หัวใจ และสมอง ส่งผลให้เจ็บป่วยด้วยโรคร้าย ทำให้อายุเฉลี่ยของคนทั่วโลกลดลง 2.2 ปี ขณะที่ภัยจากบุหรี่ส่งผลให้บุหรี่มือหนึ่งมีอายุขัยสั้นลงประมาณ 1.9 ปี ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์ลดอายุขัยลงไป 8 เดือน นอกจากนี้ การบริโภคน้ำที่ไม่สะอาดและสุขอนามัยไม่ดียังลดอายุขัยเฉลี่ยลง 7 เดือน เอชไอวี/เอดส์และมาลาเรียลดอายุขัยเฉลี่ย 4 และ 3 เดือน ตามลำดับ โดยปัญหาความขัดแย้งและการก่อการร้ายทำให้อายุเฉลี่ย ลดลงไปเพียง 9 วันในรายงานยังระบุด้วยว่า ประชากรโลกราว 97 เปอร์เซ็นต์ อาศัยอยู่ในสถานที่ที่มลพิษทางอากาศเกินระดับเพดานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ โดยเฉพาะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุด ในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียใต้ที่ประชากรร้อยละ 99.9 ต้องสูดเอาอากาศที่ไม่ปลอดภัยเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา ทำให้อายุขัยโดยเฉลี่ยลดลงประมาณ 5 ปี ซึ่งบังกลาเทศเป็นประเทศที่มีมลพิษมากที่สุด และกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียครองตำแหน่งมหานครที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก รายงานคาดการณ์ว่า ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองมัณฑะเลย์ ของเมียนมา กรุงฮานอย ของเวียดนาม และกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ที่มีมลพิษระดับสูง จะมีอายุขัยเฉลี่ยลดลง 3- 4 ปี ขณะที่ในประชาชนในแอฟริกา กลางจะมีอายุขัยลดลงโดยเฉลี่ย 5 ปีทั้งนี้ รายงานยังกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างจริงจังในการหาแนวทาง ลดมลพิษในอากาศ ซึ่งนอกจากก่อปัญหาด้านสุขภาพแล้วยังเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรายงานยกให้ “จีน” เป็นตัวอย่างของประเทศที่ปรับปรุงคุณภาพอากาศได้สำเร็จ หลังรัฐบาลจีนประกาศสงครามต่อต้านมลพิษ ออกมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัด อาทิ จำกัดการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในบางภูมิภาค กำหนดการปล่อยมลพิษจากโรงงานต่างๆ ไปจนถึงจำกัดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนในเมืองใหญ่ ที่ช่วยลดมลพิษในอากาศได้เกือบร้อยละ 40 แม้ว่าจะยังเกินระดับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำก็ตาม แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า หากจีนยังปฏิบัติตามแนวดังกล่าวต่อไป ยังจะทำให้ชาวจีนมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.6 ปี.อมรดา พงศ์อุทัย