นางสาวอธิวีณ์ แดงกนิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยถึงสถานการณ์ยางในไตรมาสที่ 3/2566 ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มยาวนานขึ้นจะส่งผลต่อผลผลิตยางและพืชทุกชนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้พื้นที่การเกษตร ผลผลิตต่อไร่ของยางพาราลดลง นอกจากนี้แม้จะมีฝนตกมาบ้าง แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้น น้ำยางจึงออกน้อยกว่าปกติ โดยคาดว่าผลผลิตยางพารามีแนวโน้มลดลงประมาณร้อยละ 2 ไปจนถึงปี 2568 ทำให้เกิดภาวะอุปทานขาดแคลน แม้จะยังมีปริมาณยางในสต๊อกของโลกคงเหลืออยู่ แต่ในระยะถัดไปหากแนวโน้มยางในสต๊อกลดลง ประเทศผู้ใช้หันมานำเข้าเพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนต่อราคายางและส่งผลให้ระดับราคาปรับตัวสูงขึ้นได้ สำหรับตัวเลขผลผลิตยางสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ ในประเทศผู้ผลิตยางลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกลดลงจากการชะลอตัวของสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยทั่วโลก โดยมูลค่าการส่งออกยางพาราแปรรูปสะสมระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางสะสมในช่วงเดียวกันลดลงร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา พร้อมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จากแรงกดดันด้านราคา เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย สวนทางกับการผลิตยางรถยนต์ 410.7 ล้านเส้น และยางรถบรรทุกของโลก 47.9 ล้านเส้น ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2566 หรือมีอัตราเติบโตร้อยละ 0.7 และ 1.2 ตามลำดับอย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากหลายประเทศมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเยอรมนีมีมาตรการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จัดสรรเงินงบประมาณ 2 หมื่นล้านยูโร ให้บริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศภายในปี 70 และสหรัฐฯจัดสรรงบประมาณ 52,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 25% นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มยุติการขึ้นดอกเบี้ย ส่วนญี่ปุ่นเริ่มมีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมามากขึ้นหลังยกเลิกมาตรการโควิด และมีแนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรง ขณะที่จีนเข้าสู่ภาวะเงินฝืด คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) จึงพยายามรักษาเสถียรภาพการลงทุนในภาคเอกชน สร้างความมีส่วนร่วมให้แก่ภาคเอกชนในโครงการสำคัญของภาครัฐ กระตุ้นการบริโภคให้คนกลับเข้าระบบมากขึ้น เช่น โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการเกษตรสมัยใหม่ ด้านพลังงานสะอาด รวมถึงสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เมื่อเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้น จะทำให้ยอดการส่งออกไทยปรับตัวดีขึ้น และน่าจะเริ่มเห็นการขยายตัวของการส่งออกยางล้อในไตรมาสที่ 4นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกอีกตัวคือ ประเทศต่างๆ ที่มีสต๊อกยางจัดเก็บไว้กำลังจะหมดอายุ และมีปริมาณเหลือไม่มาก ขณะที่อินเดียความ ต้องการยางเพิ่มขึ้น รวมถึงจีนที่ต้องฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม ยิ่งหากสงครามรัสเซีย-ยูเครนจบลง จะทำให้ต้นทุนปุ๋ยลดลง เหล่านี้จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคายางบ้านเราดีขึ้น. คลิกอ่าน "ข่าวเกษตร" เพิ่มเติม