ประทับใจกับความสำเร็จระดับโลกของแบรนด์ แฟชั่น Dolce & Gabbana (D&G) พอ Domenico Dolce และ Stefano Gabbana คู่หูดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งและขับเคลื่อนแบรนด์เชิญให้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์ Dolce & Gab bana Alta Moda 2025 ที่กรุงโรมคุณธันย่า–ธันยลักษณ์ พรหมมณี จึงตอบรับคำเชิญทันที ไม่เพียงเพื่อไปร่วมแสดงความยินดีกับสองดีไซเนอร์ที่รักและคุ้นเคยกันมานาน แต่ยังเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเรียนรู้งานแฟชั่นอย่างใกล้ชิด ในฐานะ “ที่ปรึกษาด้านเครื่องแต่งกายและแฟชั่นประยุกต์ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เมื่อไปถึงงาน คุณธันย่าได้สัมผัสกับความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ราวกับพาย้อนเวลากลับไปในยุค 1950s ทุกองค์ประกอบสะท้อนการบูรณาการแฟชั่น ศิลปกรรม และอารยธรรมโบราณไว้อย่างลงตัว โดยเนรมิต อุทยานโบราณคดีโคลอสเซียม ให้กลายเป็นรันเวย์สุดตระการตา ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของกรุงโรม เมืองแห่งศิลปะและอารยธรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้เห็นชัดว่า ความยั่งยืนของแบรนด์แฟชั่น ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการสืบสานเรื่องราวทางวัฒนธรรมและการยกระดับหัตถศิลป์ให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และที่ยากยิ่งกว่าการสร้างชื่อ คือการรักษาความยั่งยืน ซึ่ง D&G ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ด้วยการคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมายาวนานกว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 ด้วยกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างชัดเจนให้แบรนด์เป็น “ศิลปะที่สวมใส่ได้”คุณธันย่าได้บันทึกทริปแฟชั่นครั้งนี้ไว้เป็น กรณีศึกษา Dolce & Gabbana Alta Moda 2025 เพื่อถ่ายทอดและประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ซึ่งมีทุนทางวัฒนธรรมสูงอยู่แล้ว ทั้งผ้าไหม มัดหมี่ งานลายจก งานคร่ำ เครื่องทอง งานลงรักปิดทอง ฯลฯ เธอมองว่า หากสามารถจัดวางงานฝีมือไทยใน “บริบทหรูหรา” และเชื่อมโยงกับมิติ LOCAL สู่ความเลอค่า จะช่วยยกระดับงานไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นคง ด้วยการสร้างเรื่องเล่าเชิงวัฒนธรรม ถ่ายทอดคุณค่าและรากเหง้าของงานฝีมือไทยในรูปแบบร่วมสมัย และที่สำคัญคือต้องยกระดับการนำเสนอให้เหมาะสมกับเวทีระดับนานาชาติ นอกจากนี้ เธอยังเห็นการเชื่อมโยงกับ โมเดลธุรกิจครอบครัวของ D&G ซึ่งเป็นตัวอย่างของธุรกิจครอบครัวในอิตาลีที่ใช้ความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และการตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งยังสร้างเอกลักษณ์แบรนด์ที่ชัดเจน และจัดการระบบอย่างเป็นมืออาชีพ ทำให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนการไปครั้งนี้ คุณธันย่า ได้รับเชิญนั่งตำแหน่งแถวหน้าในฐานะแขกวีไอพี ร่วมกับเหล่าเซเลบริตี้ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่นโลก พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และแนวทางการบริหารเชิงกลยุทธ์กับเจ้าแม่แฟชั่นระดับตำนาน แอนนา วินทัวร์ พร้อมได้พบปะเพื่อนในวงการ ร่วมสังเกตการณ์ในทุกมิติ เก็บเกี่ยวเรื่องราวอย่างละเอียดยิบ และตั้งใจจะนำแนวคิดจาก Dolce & Gab bana Alta Moda 2025 มาประยุกต์ใช้กับผ้าไหมและงานหัตถกรรมไทย เพื่อช่วยผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกอีกแรงหนึ่ง เพราะเธอได้เห็นชัดว่า “แฟชั่นโชว์ที่มีคุณภาพ” สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างผลประโยชน์ให้ธุรกิจรอบข้าง ทั้งโรงแรม การเดินทาง อาหารและสินค้าของที่ระลึก ฯลฯ และเธอยังมั่นใจว่า หากสามารถผสานแนวคิด “อนุรักษ์นิยม” และ “ทุนนิยม” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ก็จะเป็นการขยายโอกาสให้งานฝีมือไทยก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคง “ทุกอาชีพ คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ” ตระหนักในหน้าที่ของตนเอง ใช้ศักยภาพอย่างเต็มกำลัง และร่วมแรงร่วมใจ เพราะเมื่อหัวใจถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พลังแห่งความดีจะยกระดับแผ่นดินนี้ให้มั่นคง และส่งต่อความยั่งยืนไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อไป.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม