ในโลกที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศถือเป็นปัจจัยสำคัญช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง หนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คือ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ “เจโทร” (JETRO) เป็นสะพานเชื่อมธุรกิจญี่ปุ่นและหลายประเทศทั่วโลก โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานและแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ทีมข่าว นสพ.ไทยรัฐได้มีโอกาสพูดคุยเป็นพิเศษกับ นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร สำนักงานกรุงเทพฯ คนใหม่ ซึ่งรับหน้าที่สานต่อภารกิจในการส่งเสริมความร่วมมือและยกระดับอุตสาหกรรมไทยและญี่ปุ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน ก่อนเริ่มงาน “Sushi Pitch 2025” ซึ่งเจโทรจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นเวทีให้บริษัทสตาร์ตอัพ จากทั้ง 2 ประเทศได้ร่วมนำเสนอนวัตกรรมและสร้างเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ในการพูดคุยเพียงไม่นาน นายอาเบะเผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย โดยย้อนกลับไปถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งญี่ปุ่นได้ช่วยเหลือไทยผ่าน “แผนมิยาซาวะ” ไม่เพียงสนับสนุนทางการเงิน แต่ยังรวมการส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ทำให้ไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จจากความร่วมมือ พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่หล่อหลอมความสัมพันธ์ ก็คือ “ความเชื่อถือ เชื่อมั่น” ที่ทั้งไทยและญี่ปุ่นมีให้กันเมื่อถามถึงประสบการณ์ในบทบาทผู้อำนวยการเจโทร สำนักงานกรุงนิวเดลี อินเดีย ก่อนมารับตำแหน่งในเมืองไทย นายอาเบะมองว่าไทยมีความพร้อมมากกว่าในแง่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนทางราชการ และความหลากหลายของอุตสาหกรรมสนับสนุน ทำให้ ไทยมีศักยภาพสามารถดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่และ SMEs จากญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง ยังเอ่ยปากชมว่าธุรกิจไทยมีชั้นเชิงในการเจรจาสูง และที่สำคัญคือเมื่อตกลงกันแล้วจะไม่มีการพลิกคำพูด ทำให้ร่วมงานกันได้อย่างดีวันพรุ่งนี้มาว่ากันต่อถึงมุมมองและก้าวต่อไปของ “เจโทร” ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม