สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เสมือนเป็นเครื่องกระตุ้นให้นานาประเทศรับรู้ถึงช่องโหว่ของระบบสาธารณสุข และความจำเป็นในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อเอาชนะไวรัสมรณะแต่อนิจจา พอเป็นเรื่องระดับโลกเมื่อใด ย่อมมีปัจจัยการเมืองเข้ามาแทรกอยู่เสมอ การจุดประเด็น “ต้นตอ” ของไวรัส ที่ในมุมหนึ่งสามารถมองได้ว่าเป็นการดึงความสนใจประชาชนออกจากความเดือดร้อนภายในประเทศตัวเอง และชี้เป้าว่าที่ต้องลำบากกันเช่นนี้ก็เพราะใครกันเล่าแน่นอนเมื่อมีการกล่าวหามา ก็ต้องมีการกล่าวหากลับ สาดกันทั้งทฤษฎีหลุดจากแล็บในเมืองอู่ฮั่นของจีน และทฤษฎีหลุดจากฐานทัพ เดทริก รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐฯ จนเสียงของนักวิชาการถูกกลบหายไป ทั้ง แอนโทนี เฟาซี หัวเรือฝ่ายโรคติดต่อสหรัฐฯ ที่เคยยืนยันหลายครั้งว่า ลักษณะการกลายพันธุ์ของไวรัส สอดคล้องกับรูปแบบของไวรัสที่ติดจากสัตว์สู่คน ขณะที่ฉี เจิ้งลี่ นักไวรัสวิทยาประจำสถาบันไวรัสเมืองอู่ฮั่น ให้สัมภาษณ์สื่อนิวยอร์ก ไทมส์ ว่าไม่รู้จะเอาหลักฐานที่ไหนมาให้ ในเมื่อไม่มีอะไรบ่งชี้เลยว่าหลุดมาจากแล็บหรือเรื่องของ “วัคซีน” อาวุธในการรับมือกับไวรัส ก็ยังถูกลากไปเกี่ยวโยงจนวุ่นวาย มีการด้อยค่าวัคซีนจีน ว่าสูตรเชื้อตายตามมาตรฐานสากลนั้นไร้ประสิทธิภาพ “ไม่ต่างกับน้ำเกลือ” ทั้งที่วัคซีนชาติตะวันตกเองใช่จะเพอร์เฟกต์ มีผลข้างเคียงโอกาสต่ำที่ค่อนข้างอันตราย ไม่ว่าภาวะลิ่มเลือดอุดตันหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งน่าสนใจตรงที่การระบาดของตัวกลายพันธุ์ “เดลตา” ในจีนถูกควบคุมด้วยการกระหน่ำฉีดวัคซีน และการใช้มาตรการที่จำเป็นและรวดเร็ว ทำให้ยอดลดมาอยู่ที่หลักหน่วยในบางมณฑล และเริ่มมีการฉีดเข็มสาม บูสเตอร์โดสกันแล้วประหลาดใจนักว่าในมุมของคนที่ถูกถล่มขนาดนี้ ยังคงย้ำความสำคัญของวัคซีนอยู่เสมอ อย่างเกา ฝู ผอ.ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติจีน ระบุว่าถึงวัคซีนจะป้องกันติดเชื้อไม่ได้ทั้งหมด แต่มีผลชัดเจนในการป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต พร้อมเรียกร้อง “จำเป็นต้องแบ่งปันวัคซีนให้ทั่วโลก มิฉะนั้นเชื้อไวรัสจะแบ่งปันโลก” ซึ่งเป็นที่มาของแผนบริจาควัคซีนให้ประชาคมโลก 2,000 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แม้จะเป็นนักการเมือง แต่เคยกล่าวไว้ว่า การต่อสู้การแพร่ระบาด ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทุกๆด้าน เพิ่มการแบ่งปันข้อมูล ทำงานร่วมกัน ไปจนถึงขยายขอบเขตความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาคส่วนต่างๆ...ซึ่งในช่วงเดือน ต.ค. จนถึงขึ้นปีใหม่ นานาประเทศต่างมีทิศทางเดียวกันคือ การ “รีสตาร์ต” เปิดเมือง รับนักเดินทาง ดังนั้น การก้าวข้ามการแข่งขันทางการเมืองไปได้ จึงเรียกได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะถ้าไม่ช่วย-ไม่ร่วมมือกันแล้ว สุดท้ายทุกคนนี่แหละก็จะตกที่นั่งลำบากเอง.ตุ๊ ปากเกร็ด