เมื่อวันที่ 27 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างข้อมูลจากทำเนียบขาวสหรัฐฯ ว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแผนการที่จะเก็บภาษีบรรดามหาเศรษฐีในสหรัฐฯ ในอัตราใหม่ 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อแก้ปัญหางบประมาณขาดดุล ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหาค่าครองชีพในสหรัฐฯพุ่งสูงที่สุดในรอบกว่า 40 ปีทั้งนี้ แผนเก็บภาษีเศรษฐีถูกบรรจุอยู่ในแผนงบประมาณประจำปี 2566 โดยกำหนดว่าครอบครัวชาวอเมริกันที่มีทรัพย์สินมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3,300 ล้านบาท จะถูกเก็บภาษีในอัตรา20 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นของทรัพย์สินที่มีความผันผวนเช่นหุ้นหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯประเมินว่า ภาษีกว่าครึ่งที่ได้จากการนี้จะมาจากอภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 33,000ล้านบาท ซึ่งในสหรัฐฯมีอยู่ประมาณ 700 คน พร้อมระบุด้วยว่า ผู้ที่จ่ายภาษีเกิน20 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้วจะไม่ถูกเก็บเพิ่ม กระนั้นยังไม่แน่ชัดว่าแผนดังกล่าวจะสำเร็จหรือไม่ เพราะการเก็บภาษีคนรวยเคยถูกตีตกมาแล้วในขั้นตอนสภาคองเกรส.