ข่าวคราวของเมืองใหญ่ๆทั่วโลกถูกภาวะมลพิษโจมตีมีมาให้เห็นรายวัน เป็นที่รับรู้กันว่าสาเหตุส่วนหนึ่งนั้นมาจากการกระทำของมนุษย์ ที่เหลือเกิดจากธรรมชาติ เมื่อสะสมนานวันเข้าจึงส่งผลถึงปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง หลายประเทศตื่นตัวเพิ่มขึ้นในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการแก้ไขสภาพอากาศเป็นพิษจากการจราจรที่พบเห็นในเมืองหลวง และเมืองเศรษฐกิจของประเทศต่างๆนโยบายรณรงค์ให้เปลี่ยนไปใช้จักรยานในการสัญจรอาจจะได้ผลเพียงส่วนหนึ่ง แต่การจราจรในเมืองใหญ่ที่มีความเคลื่อนตัวสูง ระบบขนส่งสาธารณะจึงยังจำเป็นต่อเมือง มีการคิดค้นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมกับตอบสนองความต้องการของเมืองใหญ่ คือประหยัดพลังงานโดยใช้พลังงานทดแทน ไม่ก่อมลภาวะค่ายรถยนต์ชั้นนำและค่ายรถยนต์อิสระต่างมีแผนการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยระบบจีพีเอสนำทาง ไม่มีพวงมาลัย ไร้เบรกและคันเร่ง จอดด้วยระบบอัตโนมัติ ติดตั้งระบบตรวจจับวัตถุที่สามารถปรับวิถีของรถเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งขวางทาง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ โดยวิ่งด้วยระยะทางสั้นๆDriverless car คือรถยนต์ไร้คนขับ เป็นยานยนต์แห่งอนาคตที่เปิดตัวออกมาได้อย่างตอบโจทย์ ว่านี่คือนวัตกรรมที่สอดคล้องกับเมืองและชีวิตของผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเหมาะกับการเดินทางของผู้สูงวัยและคนพิการเริ่มมีหลายประเทศเปิดทดลองใช้รถยนต์ไร้คนขับกันบ้างแล้วในรูปแบบรถโดยสารสาธารณะทรงกะทัดรัดทันสมัย ประเทศญี่ปุ่นใช้รถพลังงานไฟฟ้ารุ่น EZ10 วิ่งในจังหวัดชิบะ ส่วนสหรัฐอเมริกานั้นมีเปิดใช้ในบางรัฐ อย่างในลาสเวกัสก็เพิ่งเปิดทดลองใช้ชัตเติลบัส 12 ที่นั่งไปฟากทางอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ จนถึงสิงคโปร์ก็มีข่าวคราวออกมาถึงแผนการนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ เรียกว่ามาแรงทั้งกระแสรถเทคโนโลยีใหม่และตื่นตัวเรื่องพลังงานทดแทนล่าสุด ฝรั่งเศสเปิดตัวมินิบัสพลังงานไฟฟ้า EZ10 ขนาด 6 ที่นั่ง วิ่งระหว่างเมืองลีญงและสถานีออสเตอริตส์ในปารีส โดยบริการฟรีในช่วงทดลองจนถึงต้นเดือนเมษายน 2560 โดยนายฌอง หลุยส์ มิซซิกา รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสออกมากล่าวว่าการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองนั้นจะเปลี่ยนภูมิทัศน์เมืองแฟชั่นที่งดงามภายใน 20 ปีข้างหน้า.ภัค เศารยะ