จากการส่งต่อความเชื่อ “ทำให้เห็น ได้ผลกว่าพูดให้ฟัง” แบบรุ่นต่อรุ่นของ ครอบครัวมหากิจศิริ ทำให้ตอนเด็กๆ คุณตุ๊ก–อุษณีย์ และพี่น้อง ยังไม่ได้กลับบ้านหรือไปเที่ยวเล่นหลังโรงเรียนเลิกเพราะต้องไปออฟฟิศคุณพ่อ-คุณแม่ (ประยุทธ-สุวิมล มหากิจศิริ) เพื่อเรียนพิเศษ และทำการบ้าน กับครอบครัวจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุดไปด้วย ทำให้ คุณตุ๊ก มีภาพการทำงานหนักของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ติดตา ทำให้ติดนิสัยความขยัน ทั้งเรียน และทำงาน พอมีครอบครัว ดร.ตุ๊ก-อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จึงสานต่อสิ่งดีๆคือให้ลูกได้อยู่ใกล้ชิด ได้เห็นว่า พ่อแม่ไม่ได้นั่งนอนสบาย ซึ่งสามี ลอภ์เรนฆ์ ลีโอณีโอ ก็เชื่อในทางเดียวกัน คุณตุ๊ก จึงทั้งรับราชการ ทำธุรกิจไปด้วย เรียนปริญญาโท เอกเพิ่ม จนมีปริญญาหลายใบ-ลูกๆ 3 คน อิสรีย์, อทิตา, ปิยม์พัชรษ์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จึงถามว่า ลูกต้องเรียนถึงชั้นไหน และต้องทำงานอะไร ถึงเป็นคนขยันได้เท่าคุณพ่อคุณแม่ แต่ คุณตุ๊ก ก็คิดว่า ลูกๆถามไปอย่างนั้นเอง