วันจันทร์ที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาหมาดๆ เป็น “วันผู้สูงอายุ” ของประเทศญี่ปุ่น...รัฐบาลได้ออกมาแถลงตัวเลขสำคัญตัวเลขหนึ่งเกี่ยวกับผู้สูงอายุ...นั่นก็คือ ณ บัดนี้ญี่ปุ่นมีประชากรอายุเกิน 100 ปี ทั้งสิ้น 99,763 คน เพิ่มจากปีก่อน 4,644 คนคาดการณ์ว่าจำนวนนี้น่าจะยังคงทำให้ญี่ปุ่นมีประชากรอายุเกินร้อยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกปีหนึ่ง หลังจากครองตำแหน่งมาหลายปี โดยเฉพาะปีที่แล้วเอาชนะสหรัฐฯ ซึ่งมีประชากรอายุเกินร้อย 80,000 กว่าคน เป็นอันดับ 2 ไปได้ถึง 10,000 กว่าคนรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงด้วยว่า บุคคลอายุยืนที่สุด ได้แก่ นาง ซิเงโกะ คากาวะ อายุครบ 114 ปีไปเมื่อวันที่ 12 กันยายนนี่เอง และถ้าท่านผู้อ่านยังพอจำได้ ในการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ที่โตเกียว เมื่อปี 2564 คุณทวดซิเงโกะ คากาวะ ซึ่งอายุ 109 ปีในขณะนั้น ได้ออกมาร่วมพิธีแห่คบเพลิงโอลิมปิกด้วย โดยนั่งมาในรถเข็นท่านเคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยที่อายุยืนมาถึงป่านนี้ “แค่ใช้ชีวิตตามใจตัวเองทุกวันเท่านั้น” โดยการดูแลตัวเองให้มีความสุขเล็กๆน้อยๆ ไม่เครียด พยายามเล่นสนุกและให้มีพลังเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องมีทัศนะในเชิงบวกตีความง่ายๆก็คือ คุณทวดซิเงโกะ วัย 114 ปี ท่านพยายาม “จุดไฟ” เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองอยู่เสมอ โดยไม่ยอมสยบต่อคำว่า “ผู้สูงอายุ”คำตอบของท่านว่าไปแล้วก็เป็นคำตอบที่เกิดขึ้นทั่วโลกในทุกชาติทุกประเทศ ซึ่งก็ย่างเข้าสู่ภาวะประเทศ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” หรือ Complete Aged Society แล้วเป็นส่วนใหญ่คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เกินร้อยละ 20 ของประเทศ แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรง มีความคิด มีมันสมอง และมีไฟในการทำธุรกิจ หรือในการทำงานต่างๆที่ตนเองชอบ...ล่าสุดที่ฮิตมากในหลายๆประเทศคือ งานด้าน “การเมือง”หลายๆประเทศจึงมีผู้นำอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป รวมทั้งบริษัทธุรกิจใหญ่ๆทั่วโลก ก็มักจะมีผู้บริหารอายุเกิน 80 ปี ที่ยังไม่ยอมลงจากเวทีสี จิ้นผิง อายุ 72 ปี, โดนัลด์ ทรัมป์ อายุ 79 ปี, วลาดิเมียร์ ปูติน อายุ 72 ปี ผู้สูงอายุขนานแท้แต่ก็ยังกระฉับกระเฉง สามารถเขย่าโลกทั้งโลกให้ตึงเครียดได้ในทุกวันนี้บ้านเราก็มีผู้สูงอายุเข้ามาทำงานการเมือง หรือที่เขาใช้ศัพท์ว่า “เล่นการเมือง” จำนวนมาก...มองไปในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ก็จะเห็นมือระดับ “เล่าฮู” หรือ “ท่านผู้เฒ่า” หลายต่อหลายคนในแวดวงธุรกิจก็จะเห็นว่าเถ้าแก่ใหญ่ อาเสี่ยใหญ่ อย่างท่าน ธนินท์ เจียรวนนท์ (86 ปี) ท่าน เจริญ สิริวัฒนภักดี (81 ปี) ก็ยังมีความสุขในการทำงานแม้จะปล่อยมือให้ลูกๆหลานๆแล้ว แต่ก็ยังนั่งลุ้นเป็นที่ปรึกษาอยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะมีส่วนคิดมีส่วนแนะนำ รวมทั้งเพื่อความสุขและได้ชื่อว่า ตนเองยังทำงานและยังมี “คุณค่า” อยู่ต่อองค์กร ต่อบริษัทและต่อสังคมไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของพลังในการต่ออายุเราคงจะได้เห็นผู้สูงอายุไทยเราในการบริหารประเทศชาติ ในการบริหารธุรกิจ และเข้ามาช่วยองค์กรสังคมสงเคราะห์ด้านการกุศลต่างๆมากขึ้นเป็นลำดับในอนาคตอย่าลืมว่าประเทศไทยของเราก็ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์มา 2-3 ปีแล้ว และปัจจุบันสถิติอายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทยก็มาอยู่ที่ 79.9 ปีแล้ว เป็นอันดับที่ 45 ของโลก และเมื่อมองถึงจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 100 ปี เมื่อปีกลายเราก็มีถึง 46,140 คน เป็นอันดับ 5 ของโลกแล้วด้วยดีนะเนี่ยที่ในการเลือกผู้มาเป็นนายกรัฐมนตรีท่านใหม่แทนนายกฯอิ๊งค์ เราได้คุณอนุทิน (อายุ 59 ปี) เลยดูหนุ่มหน่อย เพราะยังไม่ถึง 60 ถ้าได้อาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ (อายุ 77 ปี) ก็จะถือว่าได้ผู้นำประเทศรุ่น “ผู้สูงอายุ” ที่จะต้องโชว์ตีกอล์ฟบ่อยๆว่ายังมีแรงบริหารประเทศได้จริงๆ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม