วันนี้เป็น “วันปิยมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล ตั้งแต่ การเลิกทาส ก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งการประปาการไฟฟ้า ไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ การสื่อสาร การรถไฟ การคมนาคม ทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองมากมาย เช่น คลองประเวศบุรีรมย์ คลองสำโรง คลองแสนแสบ คลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองเปรมประชากร คลองทวีวัฒนา ฯลฯ ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมและช่วยระบายนํ้าท่วมกรุงเทพฯมาจนถึงทุกวันนี้ พระองค์ยังทรงวาง “ผังเมืองใหม่” ตั้งแต่ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินนอก ทรงสร้าง “พระที่นั่งอนันตสมาคม” ด้วยหินอ่อนอันสวยงามเด่นเป็นสง่า มองไกลๆเหมือนอยู่ในยุโรปเลยทีเดียวกรุงเทพฯวันนี้มีเพียง “เกาะรัตนโกสินทร์” เท่านั้น ที่ยังรักษา “ผังเมืองอันสวยงาม” เอาไว้ได้เฉกเช่นเมืองหลวงในต่างประเทศ ผังเมืองที่เหลือต้องบอกว่าเละตุ้มเป๊ะ เติบโตไปตามยถากรรม ทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองใหญ่ที่มีปัญหามากมาย จนยากที่จะแก้ไขให้เจริญได้ผมเพิ่งกลับจาก “บูดาเปสต์” เมืองหลวงของฮังการี เมืองหลวงที่สวยงามอีกเมืองหนึ่งในยุโรป ได้ล่องแม่นํ้าดานูบอันสวยงามและสะอาดสะอ้าน ได้ดื่มดํ่ากับความงามของเมืองบูดาเปสต์บนสองฟากฝั่งแม่นํ้าดานูบ ถ่ายรูปกับย่านเมืองเก่าอันสวยงามที่มีการวางผังเมืองอย่างสวยงามตามหลักผังเมืองของเมืองที่เจริญแล้ว เมืองหลวงยุโรปที่มีผังเมืองสวยงามยังมีอีกหลายเมือง อาทิ กรุงปารีสโคเปนเฮเกน สตอกโฮม อัมสเตอร์ดัม บาร์เซโลนา กรุงเบิร์น ฯลฯผมหยิบเรื่องผังเมืองขึ้นมาเขียนในวันนี้ เพราะเมื่อวานนี้ “กรุงเทพมหานคร” เพิ่งได้รับการจัดอันดับเป็น “เมืองใหญ่ระดับโลกอันดับที่ 33” ขยับขึ้นมาจากอันดับ 34 ในปี 2567Kearney ผู้จัดทำรายงาน “แนวโน้มการพัฒนาเมืองระดับโลก” (Global Cities Outlook-GCI) ได้เปิดเผยรายงานล่าสุดปี 2025 ระบุว่า กรุงเทพมหานครขยับขึ้น 1 อันดับจากอันดับที่ 34 ในรายงานปี 2024 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 33 ในรายงานปี 2025 แม้จะอยู่ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเลื่อนอันดับดังกล่าวมีปัจจัยจากการพัฒนาในมิติกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นถึง7 อันดับ โดยเฉพาะ ด้านการจัดประชุมทางธุรกิจ ตามตัวชี้วัดของสมาคมการประชุมนานาชาติ (ICCA) และตัวชี้วัดด้านตลาดทุน รายงานระบุว่า การเติบโต้ของการค้าภายในภูมิภาคมีส่วนช่วยหนุนผลลัพธ์ดังกล่าว แม้จะเผชิญบริบทโลกที่มีความซับซ้อนและแบ่งขั้วมากขึ้นดัชนี GCI ของคาร์นีย์ ประเมินเมืองต่างๆทั่วโลกผ่าน 5 มิติหลัก ได้แก่ กิจกรรมทางธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยอาศัยตัวชี้วัด 31 รายการ เพื่อสะท้อนศักยภาพของเมืองในการดึงดูดรักษาไว้ และส่งเสริมการเคลื่อนไหวของผู้คน เงินทุน และแนวคิดระดับโลก10 อันดับเมืองชั้นนำ ใน ดัชนีเมืองระดับโลก (Global Cities Index) ปี 2025 ได้แก่ 1.นิวยอร์ก 2.ลอนดอน 3.ปารีส 4.โตเกียว 5.สิงคโปร์ 6.ปักกิ่ง 7.ฮ่องกง 8.เซี่ยงไฮ้ 9.ลอสแอนเจลิส 10.ชิคาโก จะเห็นว่า จีน กับ สหรัฐฯ สูสีกัน มีเมืองติดอันดับท็อป 10 ของโลก 3 เมืองเท่ากัน จุดเด่นของกรุงเทพฯ คือการเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงในตัวชี้วัดหลายตัว โดยเฉพาะ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) มีอันดับดีขึ้นจากอันดับ 78 ในปีที่แล้วขึ้นมาอยู่อันดับที่ 55 ในปีนี้ แม้ว่าความเร็วอินเตอร์เน็ตจะลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในอันดับที่ 22ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ เรื่องธรรมาภิบาล ความเป็นอยู่ทางสังคม ผลกระทบจากความไม่เท่าเทียม และ ความแตกแยกทางการเมืองรายงานคาร์นีย์ ระบุว่า กรุงเทพมหานครยังอยู่ในอันดับที่ 105 ของโลกเช่นเดิม ตั้งแต่ปี 2023 ถ้าจะให้อันดับดีขึ้น ต้องเน้นการส่งเสริมศักยภาพด้านนวัตกรรม ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและสร้างความเท่าเทียมทางสังคมให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากและเป็นปัญหาหลักของกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของไทยแลนด์.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม