55 ส.ส.พปชร.แห่รับ “บิ๊กป้อม” ตรวจงานรับมือน้ำท่วมอยุธยา ปัดพัลวัลวัดพลัง “บิ๊กตู่” ประกาศลั่น 3 ป.ตายเท่านั้นถึงเลิกรักกัน “นายกฯตู่” อารมณ์ดีควง “บิ๊กป๊อก” ลุยเพชรบุรี แวะขอพร “เทพกวนอู” ให้ประเทศสงบสุข ใจพองโตเด็กๆตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” ส.ส.โผล่แจมหร็อมแหร็ม 9 คน “ธรรมนัส” อ้อมแอ้มหนุน “ตู่” เป็นนายกฯต่อ ยันอยู่ได้ทุกสถานะ เพื่อไทยเขี่ยไฟไม่หยุดปูดปมขุดคดีเผา 3 ป. ฟันธงเล่นเกมวัดพลังแยกค่ายชัดเจน พรรคเล็กยกธงขาวตีความแก้ รธน. ขณะที่ตำรวจบุกรวบ “รุ้ง” ระหว่างเรียนออนไลน์ถึงจะยืนยันรักกันดีเหมือนเดิม แต่ต้องจับตาเป็นพิเศษกรณีการแยกตัวลงพื้นที่ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏว่า ส.ส.พรรคไปร่วมคณะนายกฯ 9 คน แห่ไปต้อนรับหัวหน้าพรรค 50 กว่าคน ขณะที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังปักใจฟันธง 3 ป. เล่นเกมวัดพลังอำนาจแบ่งขั้วการเมืองกันชัดเจน PMOC ตีปี๊บ “บิ๊กตู่” รับฟัง ส.ส.เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ก่อน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี ที่เพจเฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (ศปก.นรม.) หรือ Prime Minister Operation Centre (PMOC) ได้โพสต์ข้อความว่า นายกฯยืนยันต้องดูแลคนทั้งประเทศไม่ว่าพื้นที่ของใครจะลงทุกพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจาก ส.ส.ผู้แทนของประชาชน ก่อนนำไปพิจารณาว่าจะใช้จ่ายงบฯอย่างไร โดยทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างสุจริตและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงควง “บิ๊กป๊อก” ลุยเมืองเพชรต่อมาเวลา 12.30 น. นายกฯพร้อม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จาก พล.ม.2 รอ.ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์สนามกีฬาสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สนามกีฬาท่ายาง) ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามงานบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี และเตรียมความพร้อมเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) จากนั้นนำคณะขึ้นรถตู้โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กจ 666 เพชรบุรี ไปทักทายพบปะประชาชน พบปะพ่อค้าแม่ค้า ข้าราชการท้องถิ่นที่มาต้อนรับ ที่ตลาดท่ายาง ตลาดเก่าแก่ของ จ.เพชรบุรี ชาวบ้านได้นำดอกกุหลาบสีแดงมามอบเป็นกำลังใจตะโกนบอก “ลุงตู่สู้ๆ รักลุงตู่” นายกฯจึงกล่าวว่า “สู้ไหวหรือเปล่าเนี่ย” ก่อนขอถ่ายรูปร่วมกัน ขอพร “กวนอู” ให้ ปท.สงบสุขพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า คนไทยทุกคนต้องรักกัน รักประเทศชาติ รักสถาบัน รักพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ทำงานให้เราทุกคน ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน นายกฯคนเดียวทำไม่ได้ ขอบคุณทุกคน รวมทั้ง ส.ส.ต้องช่วยกัน ก่อนพาทุกคนตะโกนว่า “เพชรบุรีสู้ๆ ท่ายางสู้ๆ” จากนั้นได้ไปสักการะศาลเจ้าพ่อกวนอู ที่ชาวท่ายางเคารพนับถือ โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า อธิษฐานขอให้ประเทศชาติปลอดภัยสงบสุข และขอให้ทำงานสำเร็จแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ยั่งยืน วันนี้นายกฯมาให้กำลังใจทุกคน มารับฟังความคิดเห็นผ่าน ส.ส.หากอะไรทำได้ก็จะทำ ขอให้เชื่อมั่น การทำงานบางอย่างไม่ง่ายมากนักเพราะปัญหาเยอะ ยืนยันนายกฯทำเพื่ออนาคตเราทุกคนต้องดีกว่าวันนี้ ขณะเดียวกันได้มีเด็กนักเรียนตะโกนว่า “ลุงตู่สู้ๆจ้า” นายกฯจึงเดินเข้าไปพูดอย่างอารมณ์ดี ว่า “ลุงทำเพื่อพวกเรานะ” ช่วงหนึ่งได้เข้าไปทักทาย เซียนพระถามว่า ห้อยพระอะไร พอเซียนพระบอกห้อยหลวงปู่ทวด พล.อ.ประยุทธ์เลยกล่าวว่า ทำความดีไว้ไม่มีเสียหาย ก่อนจะขึ้นรถไปจุดต่อไปยังหันไปกล่าวกับชาวบ้านว่า วันนี้เอาหัวใจมาฝากด้วยย้ำของบฯน้ำต้องคุ้มค่าทำได้จริงต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.เพชรบุรี ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติครอบคลุมทุกมิติ ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่ออุตสาหกรรม การของบฯต้องเป็นแผนงานที่ทำ ได้จริงแก้ไขปัญหาตรงจุดคุ้มค่ามากที่สุด ทุกส่วนทั้งราชการ ส.ส. และประชาชนต้องร่วมมือกันพลิกโฉมประเทศไทยด้านอุตสาหกรรมการเกษตร หลังการประชุมนายกฯได้ถ่ายภาพร่วมกับเจ้าหน้าที่และประชาชน ที่มาต้อนรับ ก่อนเดินทางไปตรวจประสิทธิภาพการระบายน้ำของเขื่อนเพชร หนุนนำร่องเปิดรับนักท่องเที่ยวจากนั้นเวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังโรงแรมรีเจนท์ ชะอำ ต.ชะอำ อ.ชะอำ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่นำร่อง จ.เพชรบุรี ร่วมกับหน่วยงานและตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขอให้ภาคเอกชนอย่ากังวล ขอให้ผู้ประกอบการ โรงแรมปรับเปลี่ยนรูปแบบให้บริการช่วงการแพร่ระบาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวสร้างหลังโควิดคลี่คลายต้องไม่มีไฮซีซันและโลว์ซีซัน ไทยจะต้องมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวตลอดทั้งปีเดินหน้าเปิดแซนด์บ็อกซ์อีก 5 จว.พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังเสร็จภารกิจว่าตนเน้น 1.เมื่อไม่มีปัญหาน้ำท่วมก็ต้องหาวิธีการเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด 2.รับฟังปัญหาความเดือดร้อน 3.เปิดการท่องเที่ยวแซนด์บ็อกซ์ต่อจากภูเก็ตที่มีอีก 5 จังหวัด สิ่งที่ตนกังวลคือต่างประเทศไม่ค่อยมีปัญหาติดเชื้อน้อยมาก แต่เราติดกันเองของเรา ดังนั้นถ้าเปิดการท่องเที่ยวต้องเปิดเป็นกิจกรรมเป็นพื้นที่ มีสกัดกั้นไม่ให้คนเอาเชื้อข้างนอกมาติดข้างในถึงจะเปิดได้ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวบอกให้นายกฯ ยิ้มตามสโลแกน “ชะอำยิ้ม เที่ยวสบายใจ ปลอดภัย ตามมาตรการสาธารณสุข” เพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวเพชรบุรี นายกฯกล่าวว่า สโลแกนดีอยู่แล้ว พร้อมหันไปอ่านสโลแกนว่า “ชะอำยิ้ม เที่ยวสบายใจ ปลอดภัย ตามมาตรการสาธารณสุข” ต้องทำด้วยมือของพวกเราทุกคนที่มีหัวใจทำให้ประเทศเรา มั่นคงมั่งคั่ง หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปแล้ว ก่อนเดินออกจากโพเดียม พร้อมชูนิ้วกล่าวว่า “นี่คือของประเทศไทย ด้วยรอยยิ้ม”ส.ส.พปชร.โชว์พลังรับ “บิ๊กป้อม”ด้านการลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตรนั่งในรถคันเดียวกันกับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรค พปชร.ไปติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาลคลองส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มีขบวนรถ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค พปชร. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ขับตามมา เมื่อ พล.อ.ประวิตรลงจากรถ บรรดา ส.ส. จำนวนมาก รวมถึงนายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนคร ศรีอยุธยา ต่างพากันเข้าไปสวัสดีทักทายต้อนรับ “ประวิตร” ปัดพัลวันวัดพลัง “ตู่”พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำว่า การลงพื้นที่เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะมีความปลอดภัยจากน้ำท่วม ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่วันเดียวกับนายกฯเหมือนเป็นการวัดพลังกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ไม่ได้วัดพลัง ตนกับนายกฯดีกันตลอดเวลาเจอกันทุกวัน จะให้ทะเลาะกันได้อย่างไร ความจริงนายกฯอยากลงมาที่นี่ แต่ตนวางแผนไว้ก่อนเลยไปดูที่เพชรบุรี มันก็ตรงกันพอดี ไม่ได้มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าแต่ ส.ส.มาต้อนรับเยอะมาก พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่มีอะไรหรอก ที่แล้วๆมาไปที่ไหนก็มากันอย่างนี้ทุกที่ ภายในพรรคไม่มีอะไร เรียบร้อย ไปเขียนกันเองทั้งนั้นลั่น 3 ป.ตายเท่านั้นถึงเลิกรักกันพล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า ใครก็รู้ว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย ส.ส.ในพรรค พปชร.ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรกัน มีแต่นักข่าวเท่านั้น ที่คอยเสนอข่าวทะเลาะเบาะแว้งกัน ยืนยันว่าตนกับ พล.อ. ประยุทธ์กอดคอและสนิทสนมกันมา 50 กว่าปีแล้ว ข่าวที่ออกมาบ้าบอทั้งสิ้น “จำเอาไว้นะ ให้ตายจากกัน เรา 3 ป.ถึงจะเลิกรักกัน ผมรู้สึกบ้าบอมากเลยกับข่าวที่ออกมาว่าทะเลาะเบาะแว้ง วัดกำลังกัน และจะไม่ขอชี้แจงประเด็นนี้เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และ พล.อ.ประยุทธ์ก็มาหา มาพูดคุยกับผมที่มูลนิธิป่ารอยต่อทุกวัน ใครจะไปทะเลาะกัน”อ้างแยกตัวเดินไม่ทันนายกฯผู้สื่อข่าวถามว่า จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ที่ไม่ไปร่วมคณะกับนายกฯเพราะเดินไม่ทันนายกฯ ก็เลยไม่ลงพื้นที่ด้วยก็แค่นั้นเอง พูดกันไปเรื่อยว่าเราทะเลาะกัน ตนก็ไปของตนจะได้ลงพื้นที่ และเวลาลงพื้นที่ด้วยตัวเองตนก็จะสามารถลงพื้นที่ได้มากกว่าที่จะไปกับนายกฯเพราะเดินไม่ทัน เป็นเหตุผลทำไมไม่ลงพื้นที่ร่วมกัน “ธรรมนัส” ยันอยู่ได้ทุกสถานะขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีต รมช.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังทำงานเป็นเลขาธิการพรรครับนโยบายจากหัวหน้าซึ่งสั่งการให้ตนกับประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคขับเคลื่อนสร้างให้พรรคพลังประชารัฐเป็นสถาบัน เดือน พ.ย.จะเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งเป็นรากเหง้าของการเมือง และเมื่อไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้วมีเวลาทำงานในพื้นที่เยอะขึ้น เดินในนามเลขาธิการพรรค พบปะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลังจากรัฐบาลปลดล็อกจะมีการประชุมสมาชิกในแต่ละเขต เมื่อถามว่า ทำใจได้หรือยัง ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เราทำงานได้ทุกสถานะอ้อมแอ้มดัน “ลุงตู่” เป็นนายกฯต่อเมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนออกมาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะทำหน้าที่เต็มที่ ทำพื้นที่ให้กับลูกพรรคเต็มที่ รัฐบาลถือว่าเป็นคนละส่วนกัน เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคจากนี้จะยังให้การสนับสนุนอยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค ตนคงตอบอะไรไม่ได้ ไม่สามารถพูดอะไรได้ และยืนยันยังรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า น้อยใจหรือเสียใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ไม่ครับ” เมื่อถามว่า จะตั้งพรรคใหม่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า หัวหน้าพรรคขอร้องให้มาช่วยพรรคต่อ พล.อ.ประวิตร มีบุญคุณในหลายเรื่อง โดยเฉพาะชีวิตทางการเมืองจะทำงานให้ท่าน ส่วนอนาคตเป็นของไม่แน่นอน เมื่อถามว่า การประชุมพรรค พปชร.ในวันที่ 23 ก.ย.จะหารือเรื่องอะไร ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น ในพื้นที่ที่เรามี ส.ส.ทุกคนมีความมั่นใจ แต่เราไม่ได้เฉพาะพื้นที่ที่เรามี ส.ส.เท่านั้น เรามองไปถึง 76 จังหวัด ทุกเขต เราจะต้องมีผู้สมัครของเรา55 ส.ส.พปชร.แห่หนุน “ลุงป้อม”ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส.ส.ที่มาร่วมต้อนรับ พล.อ.ประวิตร มีจำนวน 55 คน มาจากทุกภาคเว้นภาคใต้ อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเอกราช ช่างเหลาและนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสิระ เจนจาคะ น.ส. กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา นางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ น.ส.ฐิติภัสร์โชติเดชาชัยนันต์ น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ น.ส. ภาดาท์ วรกานนท์ และนายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตร และนายสมบัติ อำนาคะ ส.ส. สระบุรี นายไผ่ ลิกค์ และนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม นางทัศนียา รัตนเศรษฐ และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ และนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส. กาญจนบุรี และนายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอนร่วมคณะ “นายกฯตู่” แค่ 9 คนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วน ส.ส.ที่ไปร่วมคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี รวม 9 คน ประกอบด้วย ส.ส.เพชรบุรี 3 เขต คือนายกฤษณ์ แก้วอยู่ นายสาธิต อุ๋ยตระกูล และนายสุชาติ อุสาหะ รวมถึงนายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี ส.ส.กาญจนบุรี มี พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และนายอรรถพล โพธิพิพิธ ส่วน ส.ส.ราชบุรี มี น.ส.กุลวลี นพอมรบดี นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา และนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นัดประชุมลุยเลือกตั้งท้องถิ่นนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 23 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. พรรคพลังประชารัฐนัดประชุม ส.ส. ที่รัฐสภา มีวาระต้องพูดคุย โดยเฉพาะการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น การส่งตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งในเร็วๆนี้ รวมถึงการเตรียมการเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ยืนยันจะมาร่วมประชุมหรือไม่ ส่วนการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ที่ขณะนี้กระจายกันลงพื้นที่บ่อยขึ้นนั้น ถือเป็นสัญญาณการยุบสภาเร็วๆนี้หรือไม่นั้น ไม่ขอตอบ ขอให้ดูกันเอาเองพท.เขี่ยไฟปูดปมขุดคดีเผา 3 ป.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ปัญหาความขัดแย้งในพรรคพปชร.ตอนนี้สร้างความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างหนัก เริ่มตั้งแต่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ปลด รมต.คนใกล้ตัว พล.อ.ประวิตร จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พยายามสร้างพลังกดเบ่งในพรรคดึงบริวารในวงล้อมตัวเองทั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค เข้ามา แต่ไม่สามารถยึดพรรคได้ น่าแปลกใจช่วงนี้มีการรื้อฟื้นหลายคดีที่ถูกดองไว้ขึ้นมาเป็นประเด็น ทั้งกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งองค์คณะไต่สวน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกับพวก 6 ราย กรณีอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือกระทิงแดงใช้ที่ดินป่าชุมชน จ.ขอนแก่น 31 ไร่ ขยายเขตโรงงาน รวมถึงกรณีศาลปกครองกลางพิพากษาให้ The MATTER ชนะคดีฟ้อง ป.ป.ช.ให้เปิดเผยสำนวนสอบสวนกรณี พล.อ.ประวิตรยืมนาฬิกาเพื่อน โดยสั่งให้ ป.ป.ช.เปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงฟันธงเล่นเกมวัดพลังแบ่งค่ายน.ส.อรุณีกล่าวว่า ขอให้จับตาการลงพื้นที่น้ำท่วม จ.เพชรบุรี และ จ.พระนครอยุธยา วันที่ 22 ก.ย. ของทั้ง 3 ป.จะเป็นการแบ่งขั้วการเมืองระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร อย่างชัดเจน ส.ส. และ รมต.ที่จะย้ายไปอยู่พรรคใหม่จะไป จ.เพชรบุรี กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังอยู่ พปชร.จะไปอยุธยากับ พล.อ.ประวิตร การลงพื้นที่แก้น้ำท่วมเป็นแค่การจัดฉากเอาประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง จ.ชลบุรี น้ำท่วมหนักเรื้อรังแต่นายกฯและ รมต.ไม่สนใจ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานเป็นคนชลบุรียังไม่สนใจไปให้ความสำคัญกับเกมการเมืองที่ 3ป.วัดพลังกันไม่มีประชาชนอยู่ในหัวใจ หากไม่มีปัญหาการเมืองในพรรคคงไม่ลงพื้นที่แย่งซีนกันเอง คนที่รับกรรมคือ ประชาชนต้องทนอยู่ในถุงดำของประเทศครอบไว้จนแทบขาดอากาศหายใจ ขาดความหวัง ขาดอนาคตมืดมนไร้หนทางซัด“บิ๊กตู่”จ้องกู้เงินเอื้อเจ้าสัวนายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครอยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังจะขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 60% เป็น 70% ว่า หลายปี ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กู้เงินมหาศาลข้ออ้างเดิมๆกู้เท่าที่จำเป็นจึงไม่มีความเชื่อถือ ทุกครั้งกู้เกินจำเป็นมาตลอด กู้ 2 ครั้ง 1.5 ล้านล้าน ช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ ใช้เสียงในสภาฯตีเช็คเปล่า มีข้อครหาเรื่องการใช้เงินกู้ไม่โปร่งใส กู้มาประชาชนไม่ทราบข้อมูลเอาไปใช้โครงการใดบ้าง ตรวจสอบไม่ได้และยากมาก ไม่เคยมาชี้แจงสภาฯ หากบอกว่ากู้มาแจกประชาชนตามมาตรการก็เป็นเพียงกลยุทธ์เปิดโอกาสให้เงินกู้ย้ายไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ กู้เงินมาละลายแม่น้ำเอื้อพวกพ้อง พรรคเล็กยกธงขาวตีความแก้ รธน.นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. พรรคเล็กยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังผ่านที่ประชุมรัฐสภาวาระ 3 ว่า ยอมรับรวบรวมรายชื่อได้ไม่ครบ จบแล้ว คงเหลือช่องทางเดียวโดยนายกฯเป็นผู้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 หากครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 25 ก.ย. ไม่มีใครยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป พรรคเล็กคงต้องไปสู้ต่อในชั้นการยื่นแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่พรรคเล็กจะเสนอให้ใช้ระบบการคำนวณคะแนนแบบรัฐธรรมนูญปี 60 คือ ให้มีระบบ ส.ส.พึงมี สุดท้ายหากเลือกตั้งโดยใช้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 พรรคเล็กคงสูญพันธุ์ไปจำนวนหนึ่ง แต่เราพร้อมต่อสู้ทุกระบบโวย มท.–กห.–สตช.ทิ้งทวนงบกลางนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงกลาโหม (กห.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ทำเรื่องขอให้ ครม.อนุมัติการใช้งบประมาณจากงบกลาง ปี 64 ว่า นับเป็นการทิ้งทวนช่วงใกล้สิ้นปีงบฯ 64 โดย สตช.ขอย้อนหลังวงเงินกว่า 633 ล้านบาท กระทรวงกลาโหมขอย้อนหลังผ่านกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงาน กห. วงเงินกว่า 500 ล้านบาท ทั้งที่ กห.ได้รับงบฯแต่ละปีกว่า 2 แสนล้านบาท มีงบฯเหลือโดยไม่ต้องของบฯกลางอีก ส่วน มท.ขอใช้งบกลางกว่า 3.4 พันล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก คิดว่างบฯส่วนนี้ที่ขอไปเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่ได้ตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานราก แต่เป็นการตอบโจทย์เพื่อหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่าเย้ยให้ลอกการบ้านงานปราบยาน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเผยแพร่สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด จ.กาญจนบุรี มีสภาพแออัดไม่เหมาะกับการบำบัดผู้ติดยาเสพติดว่า เป็นหลักฐานความล้มเหลวชิ้นโบดำอย่างสิ้นเชิงในนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยให้เกิดนรกบนดิน แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่กำหนดเป้าหมายชัดเจน ไม่แปลกใจผู้เสพเพิ่มขึ้นเกือบทุกปี พบว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ใช้งบบางโครงการเกินความจำเป็น เช่น ปี 63 ใช้ 9.99 ล้านบาท อบรมนักบริหารร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รวมทั้งจ้างเหมาเอกชนสนับสนุนงาน ป.ป.ส. 81 ล้านบาท อยากให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว. ยุติธรรม ทบทวนงานของกระทรวงยุติธรรมด้อยคุณภาพไม่เป็นที่พึ่งประชาชน ถ้าคิดไม่ออกให้ลอกการบ้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประกาศนโยบายผู้เสพคือผู้ป่วย ขืนดันทุรังใช้ยุทธศาสตร์ชาติแก้ปัญหาแม้แต่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็มองไม่เห็น“แรมโบ้” หาช่องยุบพรรคเพื่อไทยนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ผู้ต้องหาคดี ม.112 และนายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ผู้เปิดบัญชีรับบริจาคในนามกลุ่มราษฎร โพสต์ข้อความกล่าวพาดพิงพรรคเพื่อไทย อยู่เบื้องหลังสนับสนุนและให้เงินทุนม็อบเคลื่อนไหวล้มล้างรัฐบาลว่า ตนจะเรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายโดยเร่งด่วน เพื่อพิจารณาประเด็นนี้เข้าข่ายยื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อยุบพรรคเพื่อไทย และยื่นร้องต่อคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรคเพื่อไทยและบุคคลที่น่าสงสัยในพรรคให้เงินทุนสนับสนุนม็อบ “โรม” ยื่น ป.ป.ช.สอย “ชัยวุฒิ”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชัยวุฒิ กรณีดีอีเอสแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการไม่ชอบมาพากลในคดี ดาวเทียมไทยคม 3 คดี ที่ดีอีเอสมีข้อพิพาทกับ บจม. ไทยคม บจม.อินทัช โฮลดิ้งส์ ถือเป็นการตั้งบุคคลมีส่วนได้เสียในคดี ขาดความเป็นกลาง แม้ผลการ ชี้ขาดคดี ดีอีเอสเป็นฝ่ายชนะ แต่อาจถูกคู่ความอีกฝ่าย ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด อาจเกิดความเสียหายต่อนับ หมื่นล้านบาทต่อประเทศ ขอให้ไต่สวนนายชัยวุฒิปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่“แจ๊ค” มอบถังประจานสภาฯ น้ำรั่วที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นำถังพลาสติกสีดำมอบให้ นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไว้ใช้รองน้ำหลังน้ำรั่วจากฝ้าเพดาน ที่อาคารวุฒิสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ย. นายวัชระกล่าวว่า มายื่นเรื่องสอบถาม นางพรพิศ ฝนตกหนักมักมีน้ำรั่วที่เพดานประจำจะแก้ อย่างไร อาคารรัฐสภามีมูลค่า 12,000 กว่าล้านบาท ต่อเติมก็ยังไม่เสร็จ ทั้งที่เลยกำหนดส่งมอบมาตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.63 ซึ่งต้องปรับผู้รับเหมามาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 แต่สภาฯจะไม่ปรับแม้แต่บาทเดียวและ ตนมีหลักฐานเบาะแสทุจริตก่อสร้างตามคำพูดนายสมชาย แสวงการ ส.ว.ที่อภิปรายในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 16 ก.ย.57 ระบุ มีเงินตกหล่น 2 ก้อนใหญ่ จากการก่อสร้าง ดังนั้นขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตรวจสอบด้วยรวบ “รุ้ง” ระหว่างไปเรียนออนไลน์เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผกก.3.บก.ปอท. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.3.บก.ปอท. นำหมายจับศาลอาญาไปจับกุม น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร ฐานความผิด ม.116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ได้หน้าบ้านเลขที่ 114/41 หมู่บ้านนวลตอง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คุมตัวไปสอบปากคำที่ บก.ปอท. ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ น.ส.ปนัสยาได้ไลฟ์สดระบุว่า ถูกจับขณะ เดินทางกลับบ้านเพื่อเรียนออนไลน์ตอนบ่าย จากการ สอบสวน น.ส.ปนัสยาให้การปฏิเสธตลาดข้อกล่าวหา จากนั้นนำตัวส่งศาลอาญาฝากขังผัดแรก น.ส.ปนัสยา ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยตีราคาประกัน 3.5 หมื่นบาทถ้าเลิกเคอร์ฟิวใช้ ก.ม.ชุมนุมแทนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก บช.น. กล่าวว่า ส่วนที่จะ ยกเลิกหรือขยายเคอร์ฟิวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น หากยกเลิกก็ใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ กฎหมายอาญา ส่วนกลุ่มทะลุแก๊สชุมนุมในวันที่ 21 ก.ย. ที่แยก ดินแดง มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ระเบิดต่างๆ เพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่ และจุดไฟเผายางรถ บนถนนกีดขวางการจราจรทำให้ประชาชนเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนให้ยุติการกระทำ และให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากฝ่าฝืนกฎหมาย แต่กลุ่ม ยังคงก่อความวุ่นวาย จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อ รักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดเหตุลุกลามบานปลาย บช.น.จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป