วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง ภาษีคนรวย หรือ Wealth Tax กันนะครับ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจจากโรคระบาดและสงครามรัสเซียยูเครน ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำ ราคาพลังงานแพงทั่วโลก ทำให้ชนชั้นกลางถึงรากหญ้าเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า แต่ คนรวยเพียง 1% ของไทยและของโลก กลับรวยเพิ่มขึ้นจนพุ่งปลิ้นที่น่าช้ำใจก็คือ คนรวยเหล่านี้ใจร้ายต่อชาติบ้านเมืองและเพื่อนร่วมชาติ หนีภาษีกันหน้าตาเฉย ที่แย่มากก็คือ เอาที่ดินว่างเปล่าตารางวาละเป็นล้านใจกลางกรุงไปปลูกกล้วยเพื่อหนีภาษี (ผมขอใช้คำว่าหนีเพราะมีเจตนาชัดเจน) ก็ไม่รู้ถูกเรียกเก็บภาษีที่ดินบ้างหรือเปล่า เพราะเห็นปลูกกันหลายมุมเมืองริมถนนกลางกรุงอย่างเปิดเผย รวมทั้ง ที่ดินจัดสรรต่างๆที่ยังขายไม่หมด ขณะที่ ที่ดินว่างเปล่าประชาชนไม่กี่สิบตารางวา โดนเรียกเก็บภาษีที่ดินกันถ้วนหน้า ถ้าเอาไปปลูกผักปลูกหญ้าเหมือนเศรษฐีบ้าง จะถูกจับปรับหรือเปล่าหนอวารสาร การเงินธนาคาร ฉบับมีนาคม ได้เปิดเผย รายงานของ Oxfam จาก WEF 2022 ซึ่งได้ศึกษาถึงความร่ำรวยของมหาเศรษฐีโลกในช่วงวิกฤติโควิดระบาดใน 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า มหาเศรษฐี 10 อันดับแรกของโลก ไม่ได้สะทกสะท้านต่อโรคระบาดเลย ยังคงทำมาหากินร่ำรวยกันอย่างเป็นกอบเป็นกำ สร้างความมั่งคั่งพอกพูนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 2021 จาก 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 23 ล้านล้านบาท ก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ราว 50 ล้านล้านบาท เฉลี่ยรวยเพิ่มขึ้นวินาทีละ 15,000 ดอลลาร์ 495,000 บาท โอ้แม่เจ้า อะไรจะร่ำรวยรวดเร็วขนาดนั้น รวยขึ้นวินาทีละเกือบ 5 แสนบาทอ๊อกเฟม บอกว่า เป็นความร่ำรวยที่เพิ่มขึ้นเร็วที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งที่เศรษฐกิจโลกบอบช้ำจากพิษโควิดไปทุกหย่อมหญ้า คนจนเพิ่มขึ้นทั่วโลกหลายร้อยล้านคน ประเทศไทยของเราคนจนก็เพิ่มขึ้นจากไม่กี่ล้านคนเป็น 20 ล้านคนในปัจจุบันจากข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ มหาเศรษฐี 10 อันดับแรกของโลก ส่วนใหญ่ทำธุรกิจไฮเทคแทบทั้งสิ้น เช่น อีลอน มัสก์ แห่ง Tesla เจฟฟ์ เบซอส แห่ง Amazon ลาร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน แห่ง Google มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่ง Meta Facebook บิล เกตส์ และ สตีฟ บาล เมอร์ แห่ง Microsoft ลาร์รี เอลลิสัน แห่ง Oracle วอร์เรน บัฟเฟต แห่ง Berkshire Hathaway และ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เจ้าของแบรนด์เนมหรู LVMH เป็นต้นในขณะที่ธุรกิจทั่วโลกประสบวิกฤติจากโรคระบาด แต่ 5 ยักษ์ไฮเทค ได้แก่ Alphabet (Google), Amazon, Apple, Meta (Facebook) และ Microsoft ที่เรียกย่อๆว่า MAAMA กลับทุ่มเงินลงทุนในกิจการต่างๆเพิ่มขึ้นในปี 2021 เป็นเม็ดเงินรวมกันมากกว่า 280,000 ล้านดอลลาร์ ราว 9.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9% ของการลงทุนทั้งหมดในสหรัฐฯเลยทีเดียวอ๊อกเฟม ได้เรียกร้องในที่ประชุมสภาเศรษฐกิจโลก WEF ให้โลกเร่งแก้ปัญหาความยากจนโดยเร่งด่วน มาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนลงได้คือ การปฏิรูปภาษี โดยเฉพาะ การเก็บภาษีคนรวยจากความมั่งคั่ง หรือ Wealth Tax เพื่อนำรายได้จากกลุ่มมหาเศรษฐีไปช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนจนที่ด้อยโอกาสความเหลื่อมลํ้าที่เกิดขึ้น ทำให้ ผู้นำมหาอำนาจหลายประเทศเริ่มตระหนัก ในวิกฤติคนรวยคนจน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนได้ประกาศนโยบาย Common Prosperity ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน บีบให้มหาเศรษฐีจีน เช่น แจ็คหม่า อาลีบาบา ต้องแบ่งปันความรวยจัดตั้งมูลนิธิช่วยเหลือคนจนและคนด้อยโอกาส ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯประกาศเก็บภาษีคนรวยที่มีรายได้เกิน 4 แสนเหรียญต่อปี นำเงินไปอุดหนุนการศึกษา ดูแลเด็กเล็ก และคนว่างงานแต่ เศรษฐีเมืองไทยเอาที่ดินกลางกรุงวาละเป็นล้านไปปลูกกล้วยหนีภาษี รัฐบาลไม่รู้ไม่ชี้ ได้กล้วยเมื่อไหร่อย่าลืมเอาไปแจกให้รัฐบาลกินบ้างนะ เห็นชอบกินกล้วยกันจัง.“ลม เปลี่ยนทิศ”