ย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาแฮกเกอร์จะปล่อยไวรัสเข้ามายังผู้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเข้ามาฝังตัวในเครื่อง มาเก็บข้อมูลต่างๆ ผ่านมาวันนี้ก็ไม่ต่างกัน ที่ได้ยินบ่อยๆโดน...“ไวรัสเรียกค่าไถ่” เมื่อปีที่แล้วก็โรงพยาบาลติดแรมซัมแวร์ ไวรัสมัลแวร์พวกนี้ติดแล้วก็จะแก้กันยาก ติดแล้วต้องจ่ายค่าไถ่อย่างเดียวแต่หลายๆที่ก็มีปัญหาตามมาถึงจะจ่ายค่าไถ่แล้วก็ไม่ได้รับการกู้คืนข้อมูลกลับมา อย่างรุ่นพี่ที่โดน...จ่ายแล้วแฮกเกอร์ก็ไม่แก้ให้ สุดท้ายต้องเคลียร์ข้อมูลทิ้งทั้งหมด แล้วก็สร้างขึ้นมาใหม่...ก็ยังโชคดีที่แบ็กอัปข้อมูลไว้ก็เลยเสียหาย แบบว่าไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งหมด แค่เฉพาะช่วงหลังโดนแฮ็กติดไวรัสเท่านั้นข้างต้นเป็นประสบการณ์ตรงที่รู้มาของ อาจารย์ณัฐพงศ์ จันทร์แดง หรือ “อาจารย์โบ” อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมมหานคร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ณัฐพงศ์ จันทร์แดงถามต่อไปอีกว่าปัจจุบัน “แฮกเกอร์” ทำอะไรได้บ้างเพื่อจะได้เป็นแนวทางป้องกันระวังตัว?“ผมมองว่าระวังตัวยากมากนะ เพราะแฮกเกอร์นั้นมีความสามารถทำได้เกือบทั้งหมดเลย ในสิ่งที่เขาต้องการข้อมูล” อาจารย์โบ ว่า “แต่สิ่งที่อยากให้ระวังก็คือในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลในมือถือมากกว่า...ที่โดนกันเยอะส่วนใหญ่ก็ในมือถือ เรื่องการหลอกโอนเงิน”คนทั่วไปที่จะโดน...เป็นเหยื่ออาจจะเป็นชาวบ้านที่ไม่ได้รู้รายละเอียดเรื่องเทคโนโลยีมากนัก ย้ำว่า...สิ่งที่อยากให้ระวังก็คือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ต่างๆของอุปกรณ์มือถือของเรา พุ่งเป้าไปที่แอปที่เรายินยอมให้ติดตั้งภายในมือถือ กรณีอยู่ที่อยู่นอกเพลย์สโตร์ เวลาจะติดตั้งผมมองว่าไม่ควรตัดสินใจติดตั้งเลยด้วยซ้ำ...เพราะเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นตัว “ไวรัส” ที่จะแนบแฝงมาด้วยเพื่อจะดึงข้อมูลจากเครื่องมือถือของเรา ถึงแม้ว่าในแง่การเขียนโปรแกรมก็จะมีคนที่เอาแอปไปลงนอกสโตร์เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญก็มีอยู่ว่าโดยปกติที่เขาหลอกกันก็นอกสโตร์เช่นกัน ทางที่ดีพยายามระวังตรงนี้และ...ที่ขาดไม่ได้เลยก็ควรที่จะอ่านคอมเมนต์ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์ใช้งานแอปนั้นๆมาแล้วว่ามีมากน้อยอย่างไร...มีประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดี แค่ไหนกันบ้าง เป็นแอปพลิเคชันที่น่าเชื่อถือหรือไม่เอาละ...แล้วถ้าหากว่าพลาดพลั้งติดตั้งไปแล้วละจะทำอย่างไร? อาจารย์โบ บอกว่า ตัวระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ก็จะมีให้เลือกจำกัดสิทธิ์จะเข้าถึงอะไรได้บ้าง เหมือนคุกกี้...ในเว็บไซต์ซึ่งก็ต้องมานั่งอ่านสิทธิ์เหมือนกัน อันนี้ให้เหมารวมทั้งแอปที่อยู่และไม่อยู่ในแอปสโตร์ก่อนที่เราจะติดตั้งจริงๆ ควรเข้าไปดูเข้าไปอ่าน อธิบายเพิ่มเติมว่าการเซตตั้งค่าคุกกี้ก่อนเข้าเว็บไซต์ที่จะเป็นป๊อปอัปเด้งขึ้นมา ตรงนี้เองเป็นเรื่องสำคัญที่ “ผู้ใช้งาน” จะมองข้ามไม่ได้เลยเด็ดขาด จะกดยอมรับไปแบบไม่อ่านรายละเอียด หรือไม่สนใจไม่ได้เลย...เพราะถ้ายอมรับไปแล้ว เขา (ถ้าโชคร้าย...เป็นแฮกเกอร์ขึ้นมา) ก็สามารถจะมาดูดข้อมูลไปได้ทันทีส่วน “คุกกี้” จะยอมรับหรือไม่ยอมรับดี ก่อนอื่นควรที่จะต้องอ่านในรายละเอียดเสียก่อน แต่ละที่ก็จะต้องการข้อมูลอะไรจากเราบ้าง ส่วนตัวแล้ว... เว็บไหนไม่กดได้ก็จะไม่กด แต่ถ้าจำเป็นต้องกดก็จะไปอ่านก่อน ว่าเขาต้องการอะไรบ้าง อะไรที่ปิดได้ก็จะปิด เช่น เขาต้องการข้อมูลการใช้งาน ข้อมูลอีเมล หรือข้อมูลอื่นๆเอาเป็นว่า....เว็บไหนที่อ่านแล้วไม่จำเป็นต้องใช้หรอกก็จะพยายามปิดคุกกี้พวกนี้ ทางกูเกิล ยูทูบจะอาศัยข้อมูลเหล่านี้ที่จะยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นพฤติกรรมผู้บริโภคจะได้ยิงโฆษณาถูกกลุ่มเป้าหมาย เป็นการสร้างรายได้ “ต้องทำความเข้าใจต่อไปด้วยว่า...การป้องกันสุดท้ายแล้วแม้ว่าจะมีการออกเครื่องมือป้องกันต่างๆมากมาย แต่ก็ยังมีคนโดน (แฮ็ก) อยู่เรื่อยๆ ดังนั้น...ตัวที่เซฟป้องกันได้ดีที่สุดก็คือต้องระวังเอง สังเกตว่าในตัวแอปพลิเคชันนี้เราเอามาทำอะไร เราอยากจะติดตั้งจริงหรือเปล่า หรือใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง”ถึงตรงนี้...คงต้องย้ำสั้นๆว่า จะลงแอปใดๆไม่ควรติดตั้งแอปที่อยู่นอกสโตร์เป็นดีที่สุดถามต่อไปว่าในวันวาน...แต่ก่อนที่เคยรับรู้กันมาว่าถ้าเครื่องโดนแฮ็ก ไม่ว่ามือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ การทำงานของเครื่องจะช้าลง ณ ปัจจุบันนี้จะสังเกตได้อย่างนั้นอยู่หรือไม่?“วันนี้อาจจะยากนะ ถ้าจะบอกว่าเครื่องช้าลง...เพราะมือถือหลายๆค่ายเวลาใช้งานสักพัก ข้อมูลเยอะขึ้น อย่างเราเล่นไลน์ไปข้อมูลก็จะถูกเก็บสะสมๆไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ทำให้เครื่องทำงานช้าลงอยู่แล้ว ดังนั้นเครื่องทำงานช้าลงคงตอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์” อาจารย์โบ ว่ากระนั้นแล้วเดี๋ยวนี้ก็มีพวกโปรแกรมซีเคียวริตี้มือถือ จะมีตัวที่สามารถใช้งานได้ประมาณหนึ่ง เหมือนติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถดึงมาใช้ได้ ผมมองว่าผู้พัฒนาก็ให้ความสำคัญกับเรื่อง “ความปลอดภัยผู้ใช้มือถือ” อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจเพราะคนใช้เยอะขึ้น ความกังวลสำคัญน่าจะเป็นผู้ใช้ระดับคนทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ใช้งานจริงๆ แต่ไม่ได้รู้ลึกซึ้งกับการป้องกัน...ลงลึกในรายละเอียด กรณีพลาดพลั้งติดตั้งสารพัดแอปที่แฮกเกอร์รังสรรค์ขึ้นมาแล้วละก็ ไม่แน่ใจยังไงคิดว่าคงทำอะไรไม่ได้มาก ยิ่งบางโปรแกรมเขียนเอาไว้ถึงขั้นที่ว่า...ติดตั้งไปแล้วจะลบทิ้งไม่ได้ด้วยซ้ำหนักหนาสาหัสเช่นนี้ แน่นอนว่า...ถ้ารู้ว่าตัวเครื่องเราติดตัวไวรัสไปแล้ว แนะนำว่าให้ไปติดต่อศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ ทำการคลีน หรือเคลียร์เครื่องให้กลับไปสู่ค่าเริ่มต้นโรงงาน คลีนข้อมูลทุกอย่างทิ้งไป น่าจะเป็นผลดีจากการที่เราพลั้งเผลอติดไปแล้วน่าสนใจว่าข้อปฏิบัติข้างต้นเหล่านี้จะทำกันก็ต่อเมื่อโดนแฮ็กไปแล้ว ส่วนข้อควรระวังทั่วไปก็คงจะต้องกลับมาเริ่มต้นกันที่จุดเดิม...ให้ระวัง อย่าสุ่มเสี่ยงไปใช้ในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ของออฟฟิเชียลเป็นทางการถามถึงระดับความเสี่ยง เริ่มที่กรณีการแฮ็กข้อมูลด้วยสายชาร์จหลอก ดูดข้อมูลด้วยแอป หลอกโอนสูญเงินด้วยคน สำหรับ “คนไทย”...อันไหนน่ากลัวกว่ากัน อาจารย์โบ มองว่า วันนี้เราโดนในระดับที่รวมๆกันก็คือมีคนหลอกเข้ามาให้ติดตั้งแอป...เราเจอบ่อย คนที่เข้ามาก็ต้องยอมรับว่ามีจิตวิทยาค่อนข้างดี หลอกได้เก่ง“ยูสเซอร์ที่ใช้หากติดตามข่าวส่วนใหญ่ไม่น่าจะโดนหลอกได้ง่าย แต่ที่โดนๆกันมักไม่ได้ติดตามข่าวสาร ไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยี เป็นระดับผู้ใช้งานที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงได้ง่าย ที่สำคัญ...คนที่เขียนแอปหลอกนี้ก็มีเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ...นับรวมไปถึงเว็บไซต์ที่เป็นหน้าเพจเอาไว้สำหรับดักข้อมูลก็หาได้ง่าย ค้นหาผ่านกูเกิลได้ง่ายๆ”สะท้อนถึงความจริงที่ว่ามีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับแฮกเกอร์เกิดขึ้นมากมายผนวกบวกกับเครื่องมือของแฮกเกอร์นั้นก็มีมากขึ้น ไม่ว่า...โปรแกรมสมัยใหม่ หรือฮาร์ดแวร์ตัวอุปกรณ์ในปัจจุบันที่เอื้อให้สามารถเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น อุปกรณ์ก็มีราคาถูกลงด้วย...เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีคนที่อยากจะลองของ ขณะที่ “แฮกเกอร์” คนที่อยากดึงข้อมูลตัวจริงนั้นก็มีอยู่แล้ว ท่ามกลางเทคโนโลยีที่รุดหน้าก้าวไกลไปมากเท่าไหร่ในสายขาว ขณะเดียวกันแฮกเกอร์ในสายดำก็พัฒนาก้าวหน้าตามติดไปไม่เคยหยุดยั้งเช่นกันจะว่าไปแล้วก็เหมือนดาบสองคม ในสายที่จะเรียนรู้การดึงข้อมูลก็เอาไปใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่คนที่เห็นช่องโหว่ของการดึงข้อมูลก็สามารถที่จะเอาไปใช้ได้ง่ายเช่นเดียวกันการแฮ็กข้อมูลมีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ต้องระวังสูงสุดก็คือระวังในการใช้งาน ป้องกันตัวเองให้ได้มากที่สุด อย่าไปเปิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์... ดังนั้นศึกษาสิ่งที่คุณต้องใช้งานให้ดีๆ...จะใช้อะไรต้องรู้จักให้ดี หาที่มาที่ไปให้ได้...ถูกต้อง ปลอดภัย จะป้องกันการถูกแฮ็กได้อย่างแน่นอน.