บทที่ 27 ดรุณศึกษาแบบเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภราดา ฟ.ฮีแลร์ (แต่งให้นักเรียนอัสสัมชัญเรียน ตั้งแต่ปี 2453) คำที่ใช้ตัว จ. (จาน) สะกดท่านยกประโยคตัวอย่าง “อาศัยศาลยุติธรรม ผู้มีอำนาจจึงไม่อาจข่มเหงผู้น้อยเล่นตามสบาย...”สอนเด็กให้รู้จักใช้ตัว จ.จานสะกด คำ กาจ ตรวจ ตำรวจ เท็จ และอำนาจ ฯลฯ แล้ว ภราดา ฟ.ฮีแลร์ แต่งนิทานสอนให้รู้จักการใช้ “อำนาจ”นายสะท้อน เป็นเด็กภาคเหนือ เรียนจบจากโรงเรียนในตำบลบ้านเกิดแล้ว บิดาจึงให้ลงมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ชั้นแรกเมื่อเจอครู ตอนจะทำความเคารพครู เคยถูกสอนมา...ก็แทบจะปูผ้าลงกราบครูแต่เมื่อเห็นเพื่อนนักเรียน...คำนับครูด้วยการเปิดหมวกบ้าง ก้มศีรษะบ้าง...ดูง่ายกว่า นายสะท้อนก็ปรับตัวตาม เวลาครูใหญ่สอนนายสะท้อนขมักเขม้นฟังแต่เมื่อครูรองสอน นายสะท้อนคิดว่าครูรอง ไม่มีอำนาจเหมือนครูใหญ่ จึงไม่ตั้งใจฟังครูใหญ่รู้ว่า นายสะท้อนเข้าใจเรื่องอำนาจผิด...จึงเล่าเรื่องโบราณ ให้นักเรียนทั้งชั้นฟัง(ทุกบรรทัดในนิทานต่อไปนี้ เป็นลีลาภาษาหนังสือในแบบเรียนล้วนๆ)แต่ก่อนๆในเมืองไทยเรา ถ้ามีหนังสือเกี่ยวข้องด้วยราชการ อ้างถึงกระแสรับสั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วมีตราพระราชสีห์ หรือมีตราพระคชสีห์ประทับไว้เป็นสำคัญ ไปถึงหัวบ้านหัวเมืองแล้วบรรดากรมการผู้ใหญ่ผู้น้อยในเมืองนั้น ก็ต้องเอาพานมาคำนับรับเอาท้องตรานั้นก่อน จึงเปิดออกอ่านได้ โดยหมายว่า ถึงเป็นแต่แผ่นกระดาษก็ดี ก็มีอำนาจประดุจเจ้านายเสด็จมาเองในสมัยหนึ่ง ครั้งกรุงเก่ายังเป็นเมืองหลวงอยู่นั้น เขาว่ามีธรรมเนียมทำความเคารพอำนาจพระเจ้าอยู่หัวแข็งแรงมากกว่านี้อีก คือในสมัยนั้นการเซ็นชื่อประทับตรา มักนิยมใช้กันจำเพาะเมื่อจะส่งไปทางไกลถ้าเป็นทางใกล้ มักนับถือไปข้างลมปากเสียมาก ถ้าพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระราชกิจกับเสนาบดีผู้ใหญ่แล้ว ก็ทรงใช้ให้มหาดเล็กไปแจ้งข้อราชการ แก่เสนาบดีผู้นั้นด้วยปากพอสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งเช่นนั้นแล้ว ขณะนั้นมหาดเล็กผู้รับสั่งนั้น ก็กลับมีอำนาจขึ้นอย่างแข็งแรง อาจสามารถจะขึ้นขี่คอพวกตำรวจให้พาไปได้ตำรวจนั้น จะได้รังเกียจ ถือว่าเขาบังอาจทำแก่ตน ก็เปล่า ซ้ำกลับเห็นไปว่าเป็นเกียรติยศแก่ตน ราวกับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่่หัว โปรดเสด็จมาขี่คอด้วยพระองค์เอง ก็พามหาดเล็กผู้นั้นไปถึงที่โดยเรียบร้อยเมื่อส่งถึงที่ที่ผู้ใหญ่อยู่แล้ว มหาดเล็กนั้นก็ลงจากคอตำรวจ ยืนอยู่ตรงหน้าท่านเสนาบดีอย่างสง่าองอาจถ้าจะเปรียบแล้วก็มีอาการประดุจดังงูเห่าเมื่อชูหัวขึ้น เลิกพังพานแผ่แม่เบี้ย ร้องขู่พ่นลมพิษ ไม่ว่าใครมาเห็นเข้าต้องเกรงกลัว เพราะลมพิษซึ่งกำลังอมไว้ในปากฝ่ายเสนาบดีเห็นมหาดเล็กขี่คอมาถึง ก็กราบลงถวายบังคม แล้วพนมมือขึ้น คอยฟังคำสั่ง อย่างกับพระเจ้าอยู่หัวตรัสด้วยพระองค์เอง เมื่อมหาดเล็กแจ้งข้อรับสั่งเสร็จแล้ว ก็กลับนั่งลงกราบไหว้ท่านเสนาบดีแล้วเดินกลับไปด้วยตนเอง ไม่มีใครยอมให้ขึ้นขี่คอเหมือนขามาจบนิทานเรื่องนี้ ครูใหญ่ก็สอนว่า อันว่าอำนาจราชศักดิ์นั้น ถึงอยู่กับเด็กเล็กน้อย แต่ถ้าเด็กเล็กนั้นได้อำนาจมาจากผู้ใหญ่ก็ต้องทำความเคารพนับถือต่อตัวเด็กคนนั้น เช่นเดียวกัน นักเรียนจึงต้องเคารพครูรองเท่าครูใหญ่ผมอ่านแล้ว ไม่กล้าเดา เด็ก ป.2 สมัยภราดา ฟ.ฮีแลร์ จะรู้จักและเข้าใจ “เรื่องอำนาจ” แค่ไหนแต่สำหรับผู้ใหญ่เกิดหลังสงครามโลกรุ่นผม ทั้งอึ้ง ทั้งอัศจรรย์ ภราดาฯท่านไม่เคยเจอสถานการณ์สารพันผู้ใหญ่รุมโกงรุมรังแกเด็กมาก่อน แต่ท่านสอน เหมือนหลับตาเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้กว่าร้อยปี.กิเลน ประลองเชิง